ลุ่มน้ำปากพนัง
นครศรีธรรมราช – สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงปูขาวปลอดภัยลุ่มน้ำปากพนัง เดินหน้าขยายผลความสำเร็จของโมเดลการเลี้ยงปูขาว ผ่าน “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูขาวเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร” โดยส่งมอบลูกปูขาวจำนวน 10,000 ตัว ให้เกษตรกร 20 ราย ในพื้นที่ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง นำไปเลี้ยงต่อด้วยแนวทางการใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน ณ ฟาร์มสาธิตการเลี้ยงปูขาวปลอดภัย บ้านเนินหนองหงส์ ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กลุ่มเลี้ยงปูขาวในปากพนังเป็นเกษตรกรมีศักยภาพผลิตสินค้าเศรษฐกิจดาวรุ่งตอบโจทย์ตลาด เพราะ “ปูขาว” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติที่หวาน นุ่ม เปลือกไม่หนาจนเกินไป แถมยังเลี้ยงง่ายและโตไว ราคาขายอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาทต่อกิโลกรัม สร้างกำไรให้เกษตรกรได้ดี ขณะเดียวกัน ปลาหมอคางดำที่จับได้ในพื้นที่มาใช้เป็นอาหารปู ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยง และเป็นอีกแนวท
จากอดีตที่ผ่านมา ชาวปากพนังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือการทำนา แต่มีรายได้น้อย จึงเปลี่ยนมาทำนากุ้งที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ทุกพื้นที่ของอำเภอปากพนัง มองไปทางไหนก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานก็มีอันล่มสลายเพราะสภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ส่งผลให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง พื้นที่ หมู่ที่ 3 บ้านบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกษตรกรหันมาทำนากุ้งกันเป็นจำนวนมาก ต่อมาเจอปัญหาโรคกุ้งและสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง ทำให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน ต้องหยุดเลี้ยงกุ้งในที่สุด ภายหลังจากการก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ (ประตูน้ำปากพนัง) เสร็จสมบูรณ์ บ่อกุ้งที่เคยปล่อยทิ้งร้างจึงถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เข้ามาส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด กศน.อำเภอปากพนัง ช่วยพลิกฟื้นนากุ้งร้าง คุณสุรศักดิ์ อนันต์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอปากพนัง ได้ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นนากุ้งร้าง จึงมอบหมายให้ คุณโศภิษฐา มาศแสวง ครูกศน.ตำบลปากแพรก จัดทำเวทีประชาคมเพื่อวิ
“เพราะผมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 จึงทำให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้” คุณนิยม คงเมฆ อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 4 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 084-0638634 บอกเล่าถึงสิ่งที่ยึดมั่นในการดำเนินชีวิต จนประสบความสำเร็จ ครั้งหนึ่งเขาคือ เกษตรกรผู้ยากจน แต่ในวันนี้เขาคือเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ และยังเป็นประธานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนวังอ่าง ซึ่งมีสมาชิกถึง 702 ครัวเรือน ได้ก้าวเดินไปบนอาชีพการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชแบบพอเพียง ในวันนี้ วังอ่างได้กลายเป็นตำบลที่สามารถผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ทั้งเป็ด ไก่ แพะ เป็นต้น ส่งจำหน่ายทั้งในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง พลิกจากเกษตรกรยากจนมาสู่พอมีพอกิน จากจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เป็นเกษตรกรที่มีฐานะยากจน จึงทำให้พี่นิยมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานมาอย่างต่อเนื่อง “แต่ก่อนลำบากมากครับ โดยเฉพาะหนี้สินมีมากมายเลยครับ แต่ผมก็ไม่ท้อสู้กับภรรยามาตลอด“ พี่นิยม กล่าว จุดสำคัญที่ทำให้พี่นิยมตัดสินใจปรับเปลี่ยน
ในอดีต ชาวปากพนังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา แต่มีรายได้น้อย จึงเปลี่ยนมาทำนากุ้ง ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ทุกพื้นที่ของอำเภอปากพนัง มองไปทางไหนก็เห็นสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานก็มีอันล่มสลายเพราะสภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ส่งผลให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเลี้ยงกุ้งเป็นจำนวนมาก ก็ประสบปัญหาโรคกุ้งและผลกระทบจากสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เอื้อต่อการเลี้ยงกุ้ง ทำให้ประสบภาวะขาดทุน ต้องหยุดเลี้ยงกุ้งในที่สุด หลังจากมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ (ประตูน้ำปากพนัง) เสร็จสมบูรณ์ บ่อกุ้งที่เคยปล่อยทิ้งร้างจึงถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เข้ามาส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด กศน.อำเภอปากพนัง ช่วยพลิกฟื้นนากุ้งร้าง คุณสุรศักดิ์ อนันต์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอปากพนัง ได้ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นนากุ้งร้าง จึงมอบหมายให้ คุณโศภิษฐา มาศแสวง ครู กศน.ตำบลปากแพรก จัดทำเวทีประชาคมเพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของช
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลศึกษาภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 10 อำเภอ จังหวัดพัทลุง 2 อำเภอ และจังหวัดสงขลา 1 อำเภอ พื้นที่รวม 2.12 ล้านไร่ (ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน) โดยเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนของครัวเรือนเกษตร ปี 2562 กับปี 2552 หรือในรอบ 10 ปี ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ให้แก่ราษฎร โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) พบว่า ปี 2562 ครัวเรือนเกษตรที่มีพื้นที่อยู่ในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง มีจำนวน 83,983 ครัวเรือน จำนวนสมาชิกเฉลี่ย 3 คน/ครัวเรือน ลดลงร้อยละ 14.79 มีพื้นที่ถือครองเฉลี่ย 16.40 ไร่/ครัวเรือน ลดลงร้อยละ 20.43 สำหรับพื้นที่การเกษตร พบว่า มีพื้นที่ปลูกข้าว 303,923 ไร่ ลดลงจากปี 2552 ร้อยละ 30.95 และมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน 367,011 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 310.27 ผลตอบแทนการปลูกป
สศท.8 เผยความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อยู่ที่ระดับ 83.38 เป็นเกณฑ์การพัฒนาที่ดี โดยการพัฒนาด้านสังคม สุขอนามัย อยู่ในระดับดีมาก ส่วนด้านการศึกษา และเศรษฐกิจ อยู่ในระดับดี ในขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม พบว่ายังขาดความสมดุลในระบบนิเวศ แนะส่งเสริมพัฒนาปรับปรุง และเร่งสานต่ออาชีพเกษตรกรรมให้รุ่นใหม่ นายธรณิศร กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลตัวชี้วัดความผาสุกของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และข้อมูลพื้นฐานโครงการว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 13 อำเภอ 77 ตำบล 665 หมู่บ้าน 179,476 ครัวเรือน ประชากร 531,524 คน ซึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดความเสื่อมโทรม ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเกิดปัญหาระบบนิเวศเสียสมดุล ราษฎรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเดิม และโยกย้ายถิ่นฐานออกไปทำมาหาเลี้ยงชีพนอกพื้นที่ ความทราบถึงพระเนต
ลุ่มน้ำปากพนัง มีลักษณะพิเศษกว่าลุ่มน้ำอื่นๆ ในแถบชายทะเลภาคใต้ด้านอ่าวไทย กล่าวคือ แนวทิวเขานครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำปากพนังมีแนวเกือบขนานกับแนวชายทะเล จากแหลมตะลุมพุกลงไปจนจดเขตอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ลักษณะภูมิประเทศของลุ่มน้ำทางด้านตะวันตกเป็นเขาสูงทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ เริ่มจากเขาหลวง เขาวังหีบ ในเขตอำเภอลานสกา เขามุดและควนหิน ในเขตอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีแนวเกือบขนานกับแนวชายฝั่งทะเล สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปลาดเทจากเขาลงสู่แนวชายทะเลทางทิศตะวันออก สภาพภูมิประเทศอาจแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ ตอนบนทางด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูงมีความลาดชันมาก ประมาณ 1 : 200-1 : 400 ตอนล่างถัดจากเชิงเขาลงไปเป็นพื้นที่ควนสลับซับซ้อน และมีพื้นที่ราบสูงแปลงเล็กๆ สลับกันไปถัดจากพื้นที่ควนลงไปเป็นพื้นที่ราบลาดเทลงสู่แม่น้ำปากพนังฝั่งตะวันตก ส่วนตอนล่างพื้นที่ระหว่างแม่น้ำปากพนังกับสันทรายริมทะเลเป็นพื้นที่ราบลุ่ม แอ่งที่ลุ่มอยู่ค่อนไปทางสันทรายและมีแนวเกือบขนานกับสันทราย พื้นที่ส่วนใหญ่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำปากพนังในเขตอำเภอวิเชียรใหญ่ และอำเภอปากพนัง เป็นที่ราบ
