ลุ่มน้ำยม
.วันนี้ (27 กรกฎาคม 2568) นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบ 4 จุดยุทธศาสตร์ในจังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมตอนล่างอย่างมีประสิทธิภาพ .การลงพื้นที่เริ่มต้นที่ฝายบางบ้า ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยที่ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงามแล้ว เป็นอาคารที่ทดน้ำในลำน้ำยมให้สูงขึ้นเพื่อการเพาะปลูกสองฝั่งแม่น้ำยมเหนืออาคาร พบว่าปัจจุบันฝายบางบ้ามีผลกระทบกับการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก เห็นสมควรรื้อถอนอาคารออก ซึ่งอยู่ด้านท้ายประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ ก่อนเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำ DR.2.8 อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการระบายน้ำจากส่วนเกินในแม่น้ำยมสู่ลำน้ำน่าน ก่อนเข้าสู่เจ้าพระยาตอนล่าง โดยในจุดนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมเจ้าหน้าที่จากสทนช. ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำร่วมกับกรมชลป
วันที่ 4 เมษายน 2565 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดพิษณุโลก และความก้าวหน้าการดำเนินโครงการบางระกำโมเดล ปี 2565 ณ บริเวณประตูระบายน้ำบางแก้ว ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำและการดำเนินงานโครงการบางระกำโมเดล ปี 2565 เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นทุ่งรับน้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำยม ว่า การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 และการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ กรมชลประทานได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ทั้ง 8 มาตรการอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเก็บกักน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง จัดสรรน้ำฤดูแล้ง วางแผนเพาะปลูกพืช เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ติดตามประเมินผล และการสร้างการรับรู้สถ
กรมชลประทาน เร่งเดินหน้าแผนปรับปรุงฝายแม่ยม ให้เสร็จภายในปี 2566 เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ ช่วยชาวเมืองแพร่มีน้ำกินน้ำใช้เพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ก่อสร้างฝายแม่ยมมาตั้งแต่ปี 2490 แล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2516 เป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กแบบ Ogee Weir ยาว 350 เมตร สูง 7.00 เมตร ต่อมาในปี 2529 ได้มีการก่อสร้างฝายยางเหนือฝายคอนกรีต สูง 1 เมตร แบ่งเป็น 5 ช่อง มีตอม่อกลาง บนฝายคอนกรีตพร้อมอาคารควบคุม จนกระทั่งปัจจุบันสภาพฝายยางมีความเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้น สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยมขึ้น ด้วยการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกับฝายเดิม เนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายทรายจะให้ประโยชน์ในด้านการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่นานกว่าการปรับปรุงฝายเดิม มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (ปี 2562-2566) หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำได้ดียิ่งขึ้น สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่กา
วันนี้ (26 ม.ค.65) นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และนายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 ลงพื้นที่ติดตาม 4 โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร พร้อมเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จตามแผน หวังเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อย่างยั่งยืน นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สภาพพื้นท่ีตอนล่างของลุ่มน้ำยม ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน จึงวางแผนดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และทำหน้าที่หน่วงชะลอน้ำเพื่อผันน้ำเข้าทุ่งหรือแก้มลิงในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดประตูเหล็กบานโค้ง จำนวน 5 บาน สามารถเ
ลำน้ำยม เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความยาวทั้งสิ้น 735 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ลำน้ำยม มีต้นน้ำเริ่มจากอำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลผ่านท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและลาดท้องน้ำค่อนข้างชันแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ราบเมื่อเข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ก่อนที่จะไหลผ่านไปยังจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร บรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละปีที่ผ่านมา ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารในลุ่มน้ำยมถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพทางกายภาพภายในลำน้ำยมที่แตกต่างกัน แม่น้ำยมตอนบนมีขนาดลำน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอปริมาณน้ำหลาก เหมือนกับลุ่มน้ำสายอื่นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำยมตอนบน ปริมาณน้ำท่าจึงไหลมาตามลำน้ำยมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ตั้งแต่จังหวัดแพร่ลงไป แม่น้ำยมตอนล่างมีขนาดลำน้ำเล็กลง เมื่อไหลเข้าสู่พื้นที่ราบในจังหวัดสุโขท
ลำน้ำยม เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความยาวทั้งสิ้น 735 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ลำน้ำยม มีต้นน้ำเริ่มจากอำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลผ่านท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและลาดท้องน้ำค่อนข้างชันแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ราบเมื่อเข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ก่อนที่จะไหลผ่านไปยังจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร บรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละปีที่ผ่านมา ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องเพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารในลุ่มน้ำยมถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพทางกายภาพภายในลำน้ำยมที่แตกต่างกัน แม่น้ำยมตอนบนมีขนาดลำน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอปริมาณน้ำหลาก เหมือนกับลุ่มน้ำสายอื่นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำยมตอนบน ปริมาณน้ำท่าจึงไหลมาตามลำน้ำยมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ตั้งแต่จังหวัดแพร่ลงไป แม่น้ำยมตอนล่างมีขนาดลำน้ำเล็กลง เมื่อไหลเข้าสู่พื้นที่ราบในจังหวัดสุโขทั
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล ได้มอบหมายให้ นายคำนึง คงรอด ผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 ส่งเครื่องจักรกลเพื่อปฏิบัติการรองรับกับน้ำหลากลำน้ำยมและลำน้ำน่าน ในจังหวัดพื้นที่ที่รับผิดชอบ อันเป็นผลสืบเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านช่วงทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้น้ำบ่าไหลหลากมีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยได้นำรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ 4 คัน รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน แขนยาว 2 คัน เข้าปฏิบัติงานทำแนวกั้นน้ำไม่ให้ทะลักที่บริเวณประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และส่งแบ็กโฮแขนมาตรฐาน 1 คัน เข้าปฏิบัติการที่ประตูระบายน้ำยางซ้าย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะสามารถช่วยเหลือและบรรเทาภัยให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม เป็นต้นไป นอกจากนี้ ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 สำนักเครื่องจักรกล และส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้เร่งดำเนินการจัดเก็บเศษสวะหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุ
นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ และคณะอนุกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่าน ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เพื่อศึกษาดูงานและประชุมรับฟังข้อคิดเห็น รวมทั้งความต้องการจากประชาชนในพื้นที่ โดยในเบื้องต้นประชาชนได้เสนอให้กรมชลประทานดำเนินการใน 2 โครงการ ได้แก่ ฝายกั้นแม่น้ำน่านบริเวณบ้านวังหมาเน่า และประตูระบายน้ำปากแม่น้ำยม เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูฝนแล้ง โดยทางกรมชลประทานได้นำข้อเสนอดังกล่าวกลับมาศึกษาความเป็นไปได้และหาข้อสรุปในการดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก และประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นโครงการอาคารบังคับน้ำและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง ดำเนินการโดยสำนักงานก่อสร้างขนาดกลางที่ 3 โดยมีเป้าหมายเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับประตูระบายน้ำบ้า
สทนช. เปิดสำนักงานต้อนรับ แกนนำชุมชนตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เข้าพบเลขาธิการ สทนช. เสนอแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำยมตามแบบสะเอียบโมเดล เพื่อจัดการน้ำตามแบบฉบับของชุมชน พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรนวัตกรรมประชาธิปไตย ให้กับเลขาธิการ สทนช. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดโอกาสให้ นายสมมิ่ง เหมืองร้อง ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ตำบลสะเอียบ จ.แพร่ และผู้นำชุมชนตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เข้าพบแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ซึ่งเป็นการพัฒนาใช้หลักภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของชุมชน ด้านนายสมมิ่ง กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามีการดำเนินโครงการศึกษาหาทางออกแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาการพัฒนาแหล่งเก็บกักในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบน ซึ่งเป็นการศึกษาเมื่อปี 2558 โดยกรมชลประทานประสานความร่วมมือในลักษณะภาคีเครือข่ายเพื่อหาทางออกร่วมกัน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กองทัพภาคที่ 3 จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ราษฎรในพื้นที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่ว
ลุ่มน้ำยม เป็น 1 ใน 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 23,618 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 10 จังหวัด คือ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสรรค์ ลักษณะของลุ่มน้ำนี้จะวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ทิศเหนือเริ่มจากทิวเขาผีปันน้ำติดกับลุ่มน้ำโขง ทิศใต้ติดกับลุ่มน้ำปิง ทิศตะวันตกติดกับลุ่มน้ำวังและลุ่มน้ำปิง ทิศตะวันออกติดกับลุ่มน้ำน่าน โดยมีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำ แม่น้ำยม มีต้นกำเนิดจากดอยขุนยวมในทิวเขาผีปันน้ำ ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดพะเยา ไหลผ่านหุบเขาที่มีความลาดชัน มีที่ราบแคบๆ ริมแม่น้ำ จากนั้นไหลออกสู่ที่ราบในจังหวัดแพร่ และไหลเข้าสู่หุบเขาทางตะวันตก แล้วไหลลงใต้เข้าสู่ที่ราบที่จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำยมจะไหลคู่ขนานมากับแม่น้ำน่าน จากนั้นจะไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร แล้วไหลมาบรรจบกับแม่น้ำน่านที่จังหวัดนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามลุ่มน้ำยม เป็นลุ่มน้ำที่มีปัญหาเรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือน้ำแล้งค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากขาดแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบน เพื่อช่วยชะลอและเก็บกักน้ำไว้ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นปร
