วัชพืชสมุนไพร
“วัชพืช” สำหรับใครหลายคน อาจเป็นเพียงต้นไม้ที่ต้องรีบถอนทิ้ง เพราะแย่งน้ำ แย่งปุ๋ย และบดบังการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจ แต่หากมองลึกลงไปในอีกมิติหนึ่ง พืชที่ถูกมองข้ามเหล่านี้อาจเป็น “ขุมทรัพย์ทางยา” ที่เติบโตอยู่ในแปลงเกษตรโดยไม่ต้องลงทุนปลูก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางยา (Medicinal Security)” หรือการมีแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรที่เพียงพอสำหรับใช้ในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือ พืชสมุนไพรจำนวนไม่น้อย กลับเป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในไร่นา ริมคันนา หรือสวนหลังบ้าน จนถูกเรียกรวมๆ ว่า “วัชพืช” วัชพืช…ไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป ในทางเกษตรศาสตร์ “วัชพืช” หมายถึงพืชที่ขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชไม่มีประโยชน์ พืชหลายชนิดที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น ล้วนมีการใช้ประโยชน์ในตำรับยาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บางชนิดยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื
ผักคราม หรือ ชะคราม มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามสถานที่ เช่น ต้นชะคราม ชักคราม (ภาคกลาง) ชั้วคราม ส่าคราม ล้าคราม หรือล่าคราม (สมุทรสาคร) ผักคราม (ภาคใต้) จัดเป็นพืชล้มลุก หรือไม้พุ่มเตี้ย ที่มักพบได้ทั่วไปตามชายฝั่งทะเล ชายป่าเลน และที่น้ำเค็มขึ้นถึง เพราะทนเค็มได้ ลักษณะของกิ่งก้านใบจะชุ่มน้ำมาก ใบเป็นเส้นเล็กฝอยและแคบยาว พอง กลม แหลม คล้ายเมล็ดข้าวสาร ปลายใบมีนวลขาวจับ มีหลายสี ทั้งเขียว เขียวอมม่วง ม่วงคราม และเมื่อใบชะครามแก่ขึ้นเรื่อยๆ ความเค็มก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย (เค็มเหมือนเกลือแกงที่เราใช้ปรุงอาหารเลย) ต้นชะคราม ถือเป็นดัชนีที่ชี้วัดความเค็มของดินในบริเวณแถบๆ ชายทะเลได้ดี โดยชะครามที่ขึ้นในดินเค็มมากใบจะออกสีม่วงแดง และสำหรับต้นที่ขึ้นในดินที่เค็มน้อยหรือดินจืด ใบจะออกสีน้ำเงิน วัชพืช ชะคราม พันธุ์ไม้ชายเลนที่ขึ้นอยู่ทั่วๆ ไปตามชายทะเลได้รับอิทธิพลของการขึ้นลงของน้ำทะเล จัดอยู่ในพวกพืชชอบเกลือที่แท้จริง คือ ชะคราม และ ผักเบี้ยทะเล โดย ต้นชะคราม ขึ้นอยู่ในช่วงเวลาที่ความเค็มของพื้นดินไม่มากจนเกินไป พบในบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงแต่ไม่ต่อเนื่อง และเป็นวัชพืชขนาดเล็กที่ทนทานต่อความเค็
