วิถีชีวิต
ใครที่วางแผนชีวิตมาดี ว่าจะใช้เวลาหลังจากเกษียณจากงานแล้วอย่างไร และเตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง เชื่อว่าจะพบความสุขใจได้ไม่น้อยไปกว่าช่วงที่มีเงินเดือนเยอะๆ และตำแหน่งงานดีๆ มีอำนาจหน้าที่ใหญ่โตเลยแหละ แม้จะไม่มีเงินเดือนประจำแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตนั้นเราสามารถจัดการให้ถูกลงได้ด้วยการทำบัญชีครัวเรือนเสียใหม่ ตัดรายจ่ายที่เคยฟุ่มเฟือยมือเติบออกไป แล้วอยู่กับความเป็นจริงที่ว่าความสามารถในการหาเงินของเราย่อมถดถอยลงตามอายุที่มากขึ้นและสังขารที่เสื่อมโทรมลง ดังนั้น ที่เคยออกไปกินข้าวนอกบ้านตามภัตตาคารแพงๆ หรือขึ้นเหลาถี่ๆ ก็ลดลงมาเสียบ้าง เหลือไว้แค่ไปพบปะสังสรรค์ตามวาระโอกาสอันควร กินน้อยลงหน่อย สุขภาพก็จะได้ดีขึ้นด้วย ที่เคยติดสุขกับการจับจ่ายช็อปปิ้ง ซื้อข้าวของแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ก็ชั่งใจดูก่อนสักนิดว่า สมควรไหม ไม่ใช่ยังต้องซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ใหม่อยู่ทุกเดือน ทั้งที่ไม่ค่อยมีงานให้ออกไปเดินเฉิดฉายอีกแล้ว ประหยัดมัธยัสถ์ อดออม ให้เป็นนิสัย แต่อย่าถึงขั้นให้ลูกหลานนินทาเอาได้ว่าตระหนี่ถี่เหนียวจนไม่รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใครเอาเสียเลย ต้องรู้จักใช้เงินที่เก็บสะสม
ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ กระแสเปิดร้านกาแฟในบ้านเราก็ยังมาแรงอยู่ ยังเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ก้อนโต หากอยู่ในทำเลทอง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ถ้าใครไปเวียดนามจะเห็นชัดเจนว่าในเมืองหลวงอย่างฮานอยหรือเมืองเศรษฐกิจอย่างโฮจิมินห์ธุรกิจร้านกาแฟก็ยังไปได้ดี และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในย่านที่มีชาวต่างชาติ และถ้าใครไปประเทศสหภาพเมียนมาก็จะเห็นในรูปแบบเดียวกัน เทรนด์ร้านกาแฟสมัยใหม่ อย่างที่เมียวดี ร้านกาแฟเริ่มมีความทันสมัยใหม่ขึ้น เช่นเดียวกับที่เกาะสองหรือวิกตอเรียพอยท์ตรงท่าเรือก็จะมีร้านกาแฟแบบเดียวกับบ้านเรา แต่อาจจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดตรงที่ร้านกาแฟในเกาะสอง ขายทั้งอาหารคาวและหวาน และเปิดมุมกาแฟพร้อมกันไปด้วย ร้านกาแฟแบบเดิมของพม่าที่นั่งเก้าอี้เตี้ยๆ ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งจะมีขนมนมเนย บางเจ้าก็มีซาลาเปาวางไว้ให้ลูกค้าได้เลือกรับประทานตามใจชอบ ร้านกาแฟแบบพม่า เป็นกาแฟสมัยก่อน ขายราคาแก้วละ 10 บาท คนพม่าส่วนใหญ่ชอบดื่มชามากกว่า ส่วนคนหนุ่มสาวชอบดื่มกาแฟคาปูชิโน่ และกาแฟรสเอสเพรสโซ่ อย่างที่ทราบกันดีว่า เวลานี้พม่าเป็นประเทศเนื้อหอม ใครๆ ก็อยาก
นางกอบแก้ว ระวิเรือง ประธานวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า ร่วมกับ นายชนวน โสรถาวร ประธานชมรมการท่องเที่ยวชุมชนศรีภูมิ เปิดกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อการส่งเสริมการรียนรู้วิถีไทยและวัฒนธรรมชุมชน โดยกลุ่มแรกคือนักธุรกิจคนรุ่นใหม่จากหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 20 คน เดินทางมาระหว่างวันที่ 13-14 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา รวมเวลา 2 วัน 1 คืน ณ บริเวณลานวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านเหม้า บ้านเลขที่ 189 ม.7 บ้านเหม้า ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นางกอบแก้ว กล่าวว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวส่องดาวชมเดือนเยือนถิ่นทุ่งกุลาฯ วันแรกเวลา 09.00 น.เป็นการต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว พร้อมสักการบูชาปู่ตา เดินชมป่ายางนาป่าเห็ดพื้นบ้านที่เป็นดังครัวชุมชน คืออาหารป่า สิ่งที่ชุมชนปฏิบัติติดต่อกันมาคือการจับปลาในส่าง หรือบ่อดินตามหัวไร่ปลายนา งานนี้จะได้อรรถรสคือลุยน้ำลุยโคน นำปลามาประกอบอาหาร ต้มแบบพื้นบ้าน ใบมะขามอ่อน ใบโมง เผาปลา ปิ้งปลา ลาบปลา เพื่อเป็นอาหารเที่ยงวัน แบบนั่งฟางกับพื้นดิน ลูกทุ่งเกินร้อย จากนั้น เป็นการตามล่าปูนา ขุดปูนาใส่ข้อง การขี่ควายชมทุ่ง นางกอบแก้ว ประธานวิสาหกิ
