วิถีชีวิตชาวนา
พื้นที่นาปลูกข้าวหล่อเลี้ยงชาวภูเก็ตกว่า 1,200 ไร่ เมื่อในอดีตถูกปล่อยทิ้งเป็นนาร้าง หรือถูกเปลี่ยนเป็นสวนยาง สวนปาล์ม โรงแรมที่พัก บ้านเรือนหลังใหญ่โต ปัจจุบันมีนาเหลือเพียง 68.2 ไร่ แทบจะไม่เหลือแปลงนาให้ชาวภูเก็ตได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาอีกเลย สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต สำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต 11 กรมพัฒนาที่ดิน ระดมองค์ความรู้ช่วยชาวนาที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หวังรักษานาผืนสุดท้ายให้อยู่คู่เกาะภูเก็ตต่อไป นายปัญญา ใจสมุทร ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต กล่าวถึงพื้นที่นาในจังหวัดภูเก็ตที่เมื่อในอดีต มีถึง 1,200 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือพื้นที่นาเพียง 68.2 ไร่ อยู่ที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แห่งนี้ สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต หนึ่งในหน่วยงานที่ช่วยผลักดันและส่งเสริมให้ชาวนาที่ไม้ขาวยังสามารถรักษาผืนนาได้ปลูกข้าวหล่อเลี้ยงครอบครัว โดยภารกิจของสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต เริ่มตั้งแต่งานปรับโครงสร้าง ในที่นี้หมายถึงการปรับคันดินเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งเสริมให้ชาวนาและเกษตรกรนำหญ้าแฝกมาปลูกรอบคันดินที่ปรับขึ้นมาใหม่ช่วยป้องกันการพังทลายของคันดิน ช่วยให้ดินรักษากักเก็บน้ำได้ งานขยายคันนาจากเดิมที่
เพื่อเป็นการเดินทางสายกลาง น้อมนำตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พิภัชพงศ์ คำพล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยชัน ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว สังกัด สพป.สระแก้ว เขต 2 จึงมอบหมายให้ คำผอง ไตรย์วงศ์ ครู คศ.1 โรงเรียนบ้านห้วยชัน เป็นผู้รับผิดชอบโครงการศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เดินทางสายกลาง ใช้ชีวิตพอเพียง ของโรงเรียนบ้านห้วยชัน โดยจัดสรรเนื้อที่ 5 ไร่เศษ ทำเป็นแปลงนาสาธิตให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้การปลูกข้าวและสืบทอดอาชีพชาวนา “พิภัชพงศ์” เผยว่า โรงเรียนบ้านห้วยชันเปิดทำการสอนตั้งแต่อนุบาลถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครู 19 คน นักเรียนจำนวน 250 คน จาก 2 หมู่บ้าน คือบ้านระเบาะหูกวางและบ้านห้วยชัน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา และประมงในอ่างเก็บน้ำพระปรง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤตภัยแล้ง น้ำในอ่างเก็บน้ำพระปรงลดลงมาก ทำให้ขาดแคลนน้ำในการทำนา เกษตรกรทั้งสองหมู่บ้านจึงหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนข้าว เช่น มันสำปะหลัง มันเทศ แตงโม แตงไทย แตงกวา ข้าวโพด และอ้อย จำนวนผู้ปลูกข้าวได้ลดลง ดังนั้นเพื่อไม่ให้การเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนาต้องสูญหายไปจากพื้นที่ ทา
หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความสำคัญต่อประเทศชาติ และพสกนิกรชาวไทยทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน เยาวชน นักเรียน ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดนโยบายขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาในทุกระดับ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความตระหนัก และฝังรากลึกภายในตนเอง และผู้อื่น อย่างยั่งยืน น.ส.สุพัตรา จินดาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธรรมเผด็จ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.) นครศรีธรรมราช เขต 2 จึงได้จัดกิจกรรม “ชวนน้องเก็บข้าว ทิ่มเม่ากับชาวหนองเสม็ด” ณ บ้านหนองเสม็ด หมู่ 13 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 100 คน
