วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร
“กล้วยไข่” เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกําแพงเพชร เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกกล้วยไข่พันธุ์กําแพงเพชร ในระยะห่าง 2×2 เมตร มีการตัดแต่งหน่อทุกระยะการเจริญเติบโตและหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต แปลงปลูกกล้วยไข่จะให้ปุ๋ย 2 ครั้ง คือ หลังปลูกประมาณ 1 เดือน และหลังเก็บเกี่ยว 1 เดือน ปุ๋ยเคมีที่นิยมใช้ คือ ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15, 46-0-0 ใส่ครั้งละ 0.5-1 กิโลกรัม ต่อต้น ส่วนปุ๋ยอินทรีย์จะใช้มูลไก่และกากชานอ้อย อัตรา ไร่ละ 1,000 กิโลกรัม ด้านการเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะอาศัยการสังเกตก่อนเก็บผลผลิต โดยใช้วิธีการนับอายุดูสี ดูเหลี่ยมของผล ดูขนาดผลและนับวันกล้วยไข่ออกดอกบานถึงวันเก็บเกี่ยวประมาณ 45 วัน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมซื้อขายกล้วยไข่โดยใช้หน่วยในการขายเป็น “ตั้ง” มีเป็นส่วนน้อยที่ทําการซื้อขายโดยชั่งเป็นกิโลกรัม กล้วยไข่คุณภาพดี ต้องมีขนาดหวีสมบูรณ์ 6 หวี ในแต่ละหวี มีไม่น้อยกว่า 12 ผล “ปุ๋ยอินทรีย์” ตัวช่วยลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต ปัจจุบัน เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่อยากได้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณผลิตผล ควบคู่กับการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ครูพิมลพรรณ พรหมทอง หรือ “ครูเอ๋” โทร. 086-421-313
ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า การจัดการอาชีวศึกษา เน้นการเรียนการสอนด้านทักษะวิชาชีพ ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชรเป็นอีกหนึ่งสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา มีทักษะวิชาชีพ โดยน้อมนำพระราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร คือ การมีทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง ในด้านคุณธรรม จริยธรรม การมีงานทำ มีอาชีพ การเป็นคนดีของสังคม ดังนั้น สอศ. จึงได้ส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี มีจิตอาสา มีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ทำงานอาสาสมัคร และงานบำเพ็ญประโยชน์ รวมถึงการอนุรักษ์ สืบสาน ส่งเสริมและพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ได้จัดตั้งศูนย์บริรักษ์ไทยขึ้น เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล ผลงานศิลปประดิษฐ์ ประณีตศิลป์ งานดอกไม้ ใบตอง เครื่องหอมไทย และเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะ หัตถศิลป์ และวัฒนธรรมไทย โดยศูนย์บริรักษ์ไทยได้รับรางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศ และเหรียญทอง ระดับชาติ
