วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
“ปลาเม็ง” ภาคกลางเรียกว่า ปลาจีด เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวมีสีดำ มีความยาวประมาณ 20 เซนติมตร คล้ายกับปลาดุก แต่แตกต่างกันที่ความยาวของฐานครีบหลัง กล่าวคือ ปลาเม็งมีฐานครีบหลังสั้น ส่วนปลาดุกฐานครีบหลังยาวเกือบตลอดลำตัว ปลาเม็งมีถิ่นที่อยู่อาศัยตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทั่วไป แพร่กระจายในแถบเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และประเทศไทย ปลาเม็ง สินค้าขึ้นชื่อ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลาเม็งพบมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นปลาประจำท้องถิ่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านนาเดิม บ้านนาสาร พระแสง และเคียนชา ชาวบ้านนิยมเลี้ยงปลาเม็งกันมากบริเวณริมแม่น้ำตาปีและในร่องสวนปาล์มน้ำมัน ปลาเม็งมีรสชาติอร่อย จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ทำให้ปลาเม็งในแหล่งน้ำธรรมชาติลดจำนวนอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ปลาเม็งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เนื้อเหนียวเป็นเส้น ไม่เปื่อยยุ่ย มีรสชาติหอมหวาน จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเมนูยำปลาเม็ง และต้มโคล้งปลาเม็ง ซึ่งเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎธานี ปัจจุบันเนื้อปลาเม็งสด มีร
ต้นหมาก เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพราะปลูกดูแลง่าย พื้นที่ปลูกหมากของไทยมีประมาณ 116,756 ไร่ ผลผลิตรวม 437,010 ตัน โดยแหล่งปลูกหมากมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดชุมพร รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช ระนอง ฉะเชิงเทรา พัทลุง ตรัง พังงา ระยอง นครปฐม และสุราษฎร์ธานี ตามลำดับ ต้นหมากเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพอากาศชื้นสูง ปริมาณฝนตก 2,000 มิลลิเมตรขึ้นไป เนื่องจากภาคใต้ปลูกต้นหมากมาอย่างยาวนาน จึงไม่มีปัญหาเรื่องตลาด เพราะขายผลหมากทั้งหมากสดและหมากแห้ง มีพ่อค้ารับซื้อประจำถึงสวนเพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายต่างประเทศ ชาวสวนยางท่าอุแท ปลูกหมากเสริมรายได้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้หลักจากการทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ปลูกต้นหมากผสมผสานกับไม้ผล เช่น มังคุด ทุเรียน ฯลฯ และผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นรายได้เสริม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้มีการพัฒนากลุ่มเพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นเกษตรอุตสาหกรรม เนื่องจากราคาพืชผลทางเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำลง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง ทางกลุ่ม
การเกษตรสมัยใหม่ คืออนาคตของประเทศ รัฐบาลชุดที่ผ่านมา จึงมีมติขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สนองนโยบายรัฐบาล โดยจับมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษาในสังกัด สอศ. ร่วมบูรณาการนวัตกรรมอาชีวศึกษาเกษตร สู่ความยั่งยืนภายใต้ BCG โมเดล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เพื่อลดต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ทุ่นลอยน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานแสงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูงปราศจากมลพิษ อีกทั้งเกิดใหม่ได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า มีเทคโนโลยีคือ การใช้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์ และอุปกรณ์รวมแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในระบบต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ และนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในด้านการเกษตรกรรมนั้น “น้ำ” เป็นสิ่งจำเป็น เกษตรกรพยายามหาวิธีการจัดการน้ำที่ยั่ง
วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชน ติดตามผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการวิจัย “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากกาบหมากแทนโฟม” ของ ดร.ธวัชไชย ลิ้มสุวรรณ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการทำวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ทุนท้าทายไทยเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม จาก วช. ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ตำบลท่าอุแท อำเภอเมืองกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดร.ธวัชไชย ลิ้มสุวรรณ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติจากขยะพลาสติกสังเคราะห์ เช่นเดียวกับประเทศไทยกำลังมีปัญหาขยะท่วมเมือง โดยเฉพาะขยะจากบรรจุภัณฑ์ ถุง ภาชนะของใช้พลาสติกนานาชนิด ทำให้ประเทศไทยมีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ สัตว์ทะเล และห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ซึ่งหากมองไปที่กระแสทั่วโลกก็กำลังให้ความสำคัญกับการลดขยะพลาสติก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม แก่วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ในการดำเนินโครงการ “การจัดการความรู้เพื่อเพิ่มมูลค่ากะปิขัดน้ำด้วยการพัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูป และการบรรจุภัณฑ์” ภายใต้แผนงานวิจัยการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ ประจำปี 2565 โดยมี นายชาญชัย แฮวอู เป็นหัวหน้าโครงการฯ และ ดร.ธวัชไชย ลิ้มสุวรรณ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป และการบรรจุภัณฑ์กะปิขัดน้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าและการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ดร.ธวัชไชย ลิ้มสุวรรณ ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า “กะปิ” เป็นเครื่องปรุงรสของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมของเมนูอาหารไทยไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกกะปิ ข้าวผัดกะปิ กะปิหวาน หมูผัดกะปิ ผัดสามหอม และแกงต่าง ๆ ลักษณะการทำกะปิจะมีหลายสูตรและมีกะปิซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียกว่า “กะปิขัดน้ำ” เป็นกะปิที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคอย่างหลากหลาย “การทำกะปิขัดน้ำเป็นกรรมวิธีโบราณ คือการนำกะปิที่ได้อั
“วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี” สังกัด สถาบันอาชีวศึกษาภาคใต้ 1 นับเป็นหนึ่งในองค์การวิชาชีพระดับอาชีวศึกษาระดับแนวหน้าของประเทศไทย เปิดให้บริการความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี (ทล.บ.) มาอย่างต่อเนื่อง นายสิรวิชญ์ ธนเศรษฐวงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาและชุมชนท้องถิ่น เพื่อก้าวไปสู่การเผชิญกับความท้าทายในโลกอาชีพในศตวรรษที่ 21 เป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุขที่แข็งแกร่งไปพร้อมๆ กัน วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี มุ่งบริหารงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษากับชุมชนและสังคม โดยเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการให้แก่ชุมชนสังคม และนำผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของนักเรียน นักศึกษา มาช่วยแก้ปัญหาการประกอบอาชีพของชุมชนสู่ความยั่งยืน วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ได้รับรางวัลพระราชทานโล่ทองคำ การจัดการศึกษา ระดับอาชีวศึกษาได้อย่างมีคุณภาพดีเยี่ยมแล้ว ยังได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมในระดับชาติ และนานาชาติ ตอกย้ำบทบาท “วิ
