วิเคราะห์ดิน
กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินและการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร เร่งขับเคลื่อนเกษตรดิจิทัล พัฒนาบริการ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร เต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้เกษตรกร “รู้ค่าวิเคราะห์ดิน” ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างสูงสุด ผ่านการให้บริการ 2 รูปแบบ ได้แก่ วิเคราะห์ดินโดยห้องปฏิบัติการ รู้ผลอย่างละเอียด ภายใน 30 วัน และวิเคราะห์ดินเบื้องต้นด้วยชุด LDD Test Kit รู้ผลทันที ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ระบุว่า ดินเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเกษตร การรู้สุขภาพดินก่อนใส่ปุ๋ยจะช่วยลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยผิดสูตร ป้องกันดินเสื่อมโทรม และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจดินแบบรู้ผลเร็วช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจปรับปรุงดินได้ทันท่วงที ปัจจุบันเกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายผ่าน e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ทั้งการยื่นคำขอออนไลน์ การส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ และรับผลวิเคราะห์ผ่านโทรศัพท์
พืช เป็นอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ที่เสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพแข็งแรง และปุ๋ยก็มีธาตุอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ต้นพืชเจริญเติบโตสมบูรณ์ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่จะใส่ปุ๋ยโดยไม่คำนึงว่าดินในพื้นที่แปลงปลูกมีแร่ธาตุอะไรบ้าง ใช้มากไปก็เปลืองต้นทุน ใช้น้อยไปต้นพืชก็ไม่เจริญเติบโต การเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่แปลงปลูกส่งไปตรวจวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่ามีแร่ธาตุอะไรบ้าง ก็จะช่วยให้เกษตรกรจัดการใช้ปุ๋ยได้ถูกต้อง ต้นพืชเจริญเติบโตได้ผลผลิตคุณภาพ การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูก ลดรายจ่าย ผลผลิตคุ้มทุน จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่น่าสนใจจึงได้นำมาบอกเล่าสู่กัน คุณชรินทร์ ทองสุข นายอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เล่าให้ฟังว่า ในงานภาคการเกษตรนั้น เกษตรกรต้องมีการจัดการที่ดี ทั้งการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน และใช้ปุ๋ยที่เป็นปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม การจัดการใช้ที่ดินต้องรู้ว่าสภาพดินในพื้นที่ปลูกมีธาตุอาหารอะไรบ้าง? ควรปลูกพืชชนิดใดจึงเหมาะสมได้ผลดี จะใช้เงินทุนอย่างไรจึงไม่สูญเปล่า จัดการใช้แรงงานอย่างไรเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนหรือพอดีกับเนื้องาน ส่วนปุ๋ยที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตนั้นต้องใช้ผสมผสานที่เกื้อกูลกัน ใช้ให้ถู
