Featured เทคนิคเกษตร

เปิดสูตรเกษตรกรต้นแบบ! ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด-วิเคราะห์ดิน ปลูกมันสำปะหลังได้ 6 ตันต่อไร่ 

แม้โรคใบด่างมันสำปะหลังจะยังคงเป็นวิกฤตสำคัญ ที่สร้างความเสียหายให้กับแปลงปลูกทั่วประเทศ แต่เกษตรกรต้นแบบในจังหวัดระยองกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเริ่มต้นด้วย “ท่อนพันธุ์สะอาด” ควบคู่กับการวิเคราะห์ดินและจัดการธาตุอาหารอย่างถูกต้อง ก็สามารถยกระดับผลผลิตได้ถึง 6 ตันต่อไร่ พร้อมลดความเสี่ยงจากโรค และเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

นี่คือแนวทางที่กรมวิชาการเกษตรกำลังผลักดันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ เพื่อฟื้นศักยภาพการผลิตของพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ แป้ง เอทานอล และการส่งออกของไทย

คุณศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังในแต่ละพื้นที่ มีความรุนแรงและลักษณะการระบาดแตกต่างกัน การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถใช้แนวทางเดียวได้ทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นด้วย “ท่อนพันธุ์สะอาด” เพราะโรคใบด่างเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เมื่อแปลงปลูกติดโรคแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือกำจัดต้นที่เป็นโรคและป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น

กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพ การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูก การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูระบบราก รวมถึงการกำจัดต้นที่เป็นโรคอย่างถูกวิธี โดยแนะนำให้ใช้เตาไบโอชาร์ในการเผาทำลาย เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าส่งเสริมพันธุ์มันสำปะหลังใหม่ที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะ “กวก. ระยอง 9” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดระยอง เนื่องจากให้เปอร์เซ็นต์แป้งสูง เป็นที่ต้องการของโรงงานแป้ง และมีความทนทานต่อโรค ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ในอนาคต

“การแก้ปัญหาโรคใบด่างต้องเริ่มจากต้นทาง คือการใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ควบคู่กับการจัดการแปลงที่ถูกต้อง หากเกษตรกรมีข้อมูลวิเคราะห์ดิน รู้จักเลือกใช้ปุ๋ยและชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ต้นมันแข็งแรง สร้างหัวได้ดี และลดความเสี่ยงจากโรคได้อย่างยั่งยืน” คุณศศิญา กล่าว

แนวทางดังกล่าวเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในแปลงของ คุณพยุง วังเวง เกษตรกรต้นแบบผู้ปลูกมันสำปะหลัง จังหวัดระยอง ซึ่งปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี จนสามารถยกระดับผลผลิตเฉลี่ยได้ถึง 6 ตันต่อไร่

คุณพยุง เล่าว่า ปลูกมันสำปะหลังสายพันธุ์ กวก. ระยอง 9 โดยยอมรับว่ายังคงเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ให้หัวดกและมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม ขณะที่ตลาดยังมีความต้องการหัวมันสด สำหรับผลิตมันเส้นและส่งโรงงานแป้ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกหลายประเภท

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คือการหันมาใช้ระบบการผลิตที่อาศัยข้อมูลทางวิชาการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ การจัดการธาตุอาหารให้ตรงกับความต้องการของพืช รวมถึงการใช้ชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์แทนการพึ่งพาสารเคมี ส่งผลให้โครงสร้างดินดีขึ้น ระบบรากแข็งแรง และการลงหัวทำได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

“เมื่อก่อนเราปลูกตามความเคยชิน ผลผลิตก็ได้ไม่เต็มที่ แต่พอเปลี่ยนมาปลูกตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ตรวจดินก่อนใส่ปุ๋ย ใช้พันธุ์ที่สะอาดและคัดเลือกเอง ผลผลิตก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทุกวันนี้เฉลี่ยได้ประมาณ 6 ตันต่อไร่ ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าเดิม” คุณพยุง กล่าว

ปัจจุบันคุณพยุงทำแปลงปลูกมันสำปะหลังอยู่ประมาณ 44 ไร่ และให้ความสำคัญกับการผลิตท่อนพันธุ์สะอาด โดยมีการตรวจรับรองแปลงจากกรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบโรคใบด่างภายในแปลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถจำหน่ายท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพออกนอกพื้นที่ได้ ท่อนพันธุ์ขนาด 150 เซนติเมตร จำหน่ายราคาอยู่ที่ 1.50 บาท สร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทาง นอกเหนือจากการจำหน่ายหัวสด

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แปลงมันสำปะหลังของคุณพยุงให้ผลผลิตสูง คือการจัดการธาตุอาหารตามหลักวิชาการ โดยยึดผลการวิเคราะห์ดินเป็นแนวทางในการเลือกใช้ปุ๋ย แทนการใส่ปุ๋ยตามความเคยชินเหมือนในอดีต ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารตรงตามความต้องการในแต่ละระยะการเจริญเติบโต ส่งผลให้ต้นมันแข็งแรง ระบบรากสมบูรณ์ และสามารถสะสมแป้งในหัวได้อย่างเต็มที่

คุณพยุงอธิบายว่า ในช่วงเตรียมแปลงและเริ่มปลูก จะใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นและใบในระยะแรก ให้ต้นตั้งตัวได้ดีและสร้างทรงพุ่มที่แข็งแรง จากนั้นเมื่อมันสำปะหลังมีอายุประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มสร้างหัวและสะสมอาหาร จะใส่ปุ๋ยเป็นครั้งที่ 2 ด้วยสูตร 16-13-21 ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อเสริมธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาหัว เพิ่มการสะสมแป้ง และยกระดับคุณภาพผลผลิต

“เราไม่ใส่ปุ๋ยแบบเดา แต่ใช้ผลวิเคราะห์ดินเป็นตัวกำหนดสูตรและอัตราที่เหมาะสม ทำให้ต้นมันได้รับธาตุอาหารพอดีกับความต้องการ ลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอ” คุณพยุง กล่าว

จากการบริหารจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ ทั้งการใช้ท่อนพันธุ์สะอาด การบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ การใช้ชีวภัณฑ์ร่วมกับการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ส่งผลให้เมื่อเก็บเกี่ยวหลังปลูก 11 เดือน มันสำปะหลังให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 6 ตันต่อไร่ โดยจำหน่ายหัวมันสดได้ในราคา 4.30 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการธาตุอาหารอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยเพิ่มผลผลิต แต่ยังช่วยสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

ท้ายที่สุด แม้โรคใบด่างมันสำปะหลังจะยังเป็นความท้าทายของเกษตรกรไทย แต่ประสบการณ์ของคุณพยุงพิสูจน์ให้เห็นว่า การเริ่มต้นด้วยท่อนพันธุ์สะอาด ร่วมกับการวิเคราะห์ใช้ค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลแปลงปลูกตามหลักวิชาการ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลผลิตได้ถึง 6 ตันต่อไร่ สร้างรายได้ที่คุ้มค่า และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการผลิตมันสำปะหลังคุณภาพ ที่พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณพยุง วังเกง เกษตรกรปลูกมันสัมปะหลัง จังหวัดระยอง หมายเลขโทรศัพท์ 065-929-1702

Related Posts