ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
เครือสหพัฒน์ ลงนาม (MOU) ร่วมกับ Quark Biosciences Inc. บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์จากไต้หวัน ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการดูแลสุขภาพ โดยทั้งสองฝ่ายได้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในพื้นที่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อให้บริการทุกคน พร้อมยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและการดูแลสุขภาพในประเทศไทยในอนาคต การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จัดขึ้นในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 28 โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานและสักขีพยานกิตติมศักดิ์ และ ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานกรรมการบริหารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ร่วมเป็นสักขีพยานกิตติมศักดิ์ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้อีกด้วย นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เครือสหพัฒน์ ได้ลงนาม MOU กับ Quark Biosciences Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์จากไต้หวัน นับเป็นจุดเร
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรกำลังอยู่ระหว่างการยกร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และร่างประกาศกรมวิชาการเกษตร เพื่อรองรับการพัฒนาพันธุ์พืช สัตว์ ประมง ที่มาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม Gene Editing (GEd) ซึ่งไม่ใช่การพัฒนาโดยตัดแต่งพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ทางกรมวิชาการเกษตรได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาต่อเนื่อง คาดว่าจะนำเสนอต่อ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ทันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปวางแผนงบประมาณขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงวิสัยทัศน์แนวทางขับเคลื่อนภาคเกษตร IGNITE AGRICULTURE HUB ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเกษตร และอาหารของโลก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา “ร้อยเอก ธรรมนัส รมว.เกษตรฯ ขานรับนโยบายสนับสนุนภาคเกษตร ศึกษาการใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม ให้เป็นนโยบายเร่งด่วน กรมวิชาการเกษตรจึงได้จัดประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร เ
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 EU โดย รัฐสภายุโรป (European parliament) มีมติรับรองเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม หรือเทคนิคจีโนมแบบใหม่ (GEd, New Genomic Techniques (NGTs), Genome editing) เป็นผลให้พืชที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (GEd) และเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ มีความปลอดภัยสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่จัดเป็นพืช GMOs และจะถูกพิจารณาเช่นเดียวกับพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์แบบปกติ ไม่ใช้กฎหมายและหลักเกณฑ์เดียวกันกับพืช GMOs อีกต่อไป ผลการลงมติในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของยุโรป และการทำให้การผลิตทางการเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบใหม่นี้จะอนุญาตให้มีการพัฒนาพันธุ์พืชที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถรับประกันผลผลิตที่สูงขึ้น ทนต่อสภาพอากาศและใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงน้อยลง โดยในขั้นตอนหลังจากนี้ รัฐสภายุโรปจะดำเนินการเจรจากับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในการร่างกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ผลการลงมติของสหภาพยุโรปครั้งนี้ ตอบโจทย์ และ
นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ใช้ซินโครตรอนหาตำแหน่งของเห็ดหลินจือที่มีโปรตีนสูงสุด เพื่อพัฒนากรรมวิธีสกัดสารจากเห็ดหลินจือ สำหรับต่อยอดเป็นครีมทาลดการสะสมของเซลลูไลท์ นครราชสีมา – ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ดร.สุชีวิน กรอบทอง และ รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้แก่ นายยอดยิ่ง ยิ่งชูตระกูล และ ผศ.ดร.ปวิตตราภรณ์ สมุทรทัย ให้ความสนใจสารสกัดจากเห็ดหลินจือประเภทโปรตีนไฮโดรไลเสท ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดการสะสมไขมันในเซลล์ จึงได้ร่วมกันพัฒนากรรมวิธีสกัดสารจากเห็ดหลินจือ เพื่อพัฒนาเป็นครีมทาสำหรับลดการสะสมของเซลลูไลท์” สำหรับเซลลูไลท์นั้นเป็นลักษณะผิวหนังที่เป็
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนาพื้นที่ชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ชมความงามไม้ดอกได้ตลอดปี พร้อมเปิดตัว “ปทุมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดอุดรธานี สอดคล้องกับแผน นโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาของจังหวัดที่จะยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัด สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมืองอุดรธานี พัฒนาพื้นที่ของชุมชนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี และยังเป็นแหล
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และพันธมิตร พัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียว “หอมนาคา” ขยายผลสู่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพการผลิตข้าวคุณภาพตรงตามพันธุ์ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. โดย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ได้มีการทำงานร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยเน้นด้านการพัฒนาพันธุ์พืชและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันไบโอเทค สวทช. เป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์แนวอณูวิธี (molecular breeding) กับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าว ซึ่งเน้นพ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ University of Kent พัฒนาวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการใช้สาหร่ายเซลล์เดียว (microalgal-based platform) เพื่อการป้องกันโรคในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย International Collaboration Awards 2019 จาก The Royal Society ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Challenges Research Fund (GCRF) สหราชอาณาจักร เป็นจำนวน 9 ล้านบาท ตั้งเป้านำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในการป้องกันการเกิดโรคตัวแดงดวงขาว และโรคหัวเหลืองได้ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคอาเซียน ในปี พ.ศ. 2562 รายงานจากสมาคมกุ้งไทยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งเลี้ยงประมาณ 290,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากจากการระบาดของโรคต่าง ๆ สร้า
ก.วิทย์ฯ-สวทช.จับมือพม่าสร้างเครือข่ายนักวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าวลุ่มน้ำโขง ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และ นาย Naing Kyi Win อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (DAR) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนา สร้างขีดความสามารถ และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตรของ 2 หน่วยงาน สืบเนื่องจากการดำเนินโครงการความร่วมมือของ สวทช. กับประชาคมลุ่มน้ำโขงในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพและด้านจีโนม ในการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมี ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา นักวิจัยอาวุโส หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ไบโอเทค สวทช.และ นาย Thant Lwin Oo รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เมียนมาร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวย
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าวิจัยพืชมุ่งเป้า BIO-ARCHITECTURE: Opportunity for Thai Agricultural Industry ได้พันธุ์ข้าวทนต่อสภาพแวดล้อม ต้านทานโรค และแมลงศัตรูพืชได้ดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มผลผลิตสร้างรายได้ ตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกร และยังให้โภชนาการสูงตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ดร. สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า การปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูกในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรทุกคนควรรู้เรื่องราว รู้จักการเลือกใช้เมล็ดพืชพันธุ์ดี และเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้ผลิตผลทางการเกษตรที่ดี โดยฐานข้อมูลด้านเชื้อพันธุกรรมพืช (Germplasm) ตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรม (Genotype) คุณลักษณะของพืช (Phenotype) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างและปรับปรุงพืชสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้องมีฐานข้อมูลของพืชที่หลากหลายมิติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เช่น การประเมินเพื่อให้ทราบลักษณะดีเด่นในแต่ละ
