ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง
ดาหลา (Torch ginger) เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในลักษณะพืชอาหาร โดยใช้หน่อ ดอก และผลอ่อนเป็นผักสดและอาหารแปรรูป นอกจากนี้ยังใช้เป็นไม้ตัดดอกประดับอาคารสถานที่ ทดแทนการนำดอกไม้จากแหล่งผลิตอื่น ปัจจุบันมีการปลูกดอกดาหลาเป็นไม้ตัดดอกเชิงการค้าในจังหวัดนนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี กาญจนบุรี กระบี่ ฯลฯ ราคาซื้อขายดาหลาดอกละ 5-20 บาท ส่วนต้นพันธุ์ ราคาเฉลี่ยหน่อละ 50-300 บาท ประเทศผู้นำเข้าดอกดาหลาที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง (บาห์เรน สหรัฐอาหรับอีมิเรต คูเวต) ส่วนตลาดนำเข้าต้นพันธุ์ดาหลาจากไทย ได้แก่ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แองโกลา สเปน แอฟริกาใต้ ฯลฯ ดาหลังตรัง 1-5 กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้คัดเลือกพันธุ์ดาหลาเสนอเป็นพันธ์แนะนำ ตรัง 1-5 ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้ ดาหลาตรัง 1 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีขาว สีของดอกย่อยสีขาวขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 39 ดอกต่อกอต่อปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 7 วัน ดาหลาตรัง 2 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีบานเย็น สีของดอกย่อยสีบานเย็น ให้ผลผลิตเฉลี่ย 40 ดอกต่อกอต่อปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อ
สะตอ เป็นผักพื้นเมืองทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นที่นิยมบริโภคทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากสะตอเป็นพืชผักที่มีรสชาติดี สามารถปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ มีคุณค่าทางอาหารสูง มีคุณค่าทางเภสัชวิทยา คือช่วยลดความดันโลหิต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้อีกด้วย สะตอ เป็นพืชพื้นเมืองขึ้นอยู่ตามป่าภาคใต้ เกษตรกรจะเก็บมาปลูกแซมกับพืชอื่น ในอดีต สะตอ ที่ขึ้นชื่อที่สุด จะเป็น สะตอบ้านแร่ สะตอดีจากพัทลุง จาก สะตอบ้าน พัฒนามาเป็น สะตอตรัง คุณบุญชนะ วงศ์ชนะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เล่าว่า ก่อนจะมาเป็น ผอ.ศวส. เชียงราย เป็นนักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง เห็นว่าผลผลิตสะตอในอดีตได้จากการเก็บจากในป่าทางภาคใต้ และเกษตรกรได้นำมาปลูกแซมกับพืชหลักชนิดอื่นๆ จนปัจจุบันมีผู้รู้จักและนิยมรับประทานสะตอกันมาก จึงทำให้ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น และได้มีการปลูกสะตอกันอย่างแพร่หลายไปเกือบทุกภาคของประเทศ ถึงอย่างไรก็ตาม ผลผลิตสะตอในปัจจุบันก็ยัง
