ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง
เกษตรกรของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีชีวิตมั่นคง รับการถ่ายทอดนำไปปฏิบัติ มีกินมีใช้ ยิ้มได้เมื่อยามมีภัย เผยดินเค็ม น้ำเปรี้ยวไม่ใช่ข้อจำกัด ปรับปรุงปลูกพืชเลี้ยงปลา ทำให้มีกินมีขายเป็นรายได้ครอบครัวแม้เกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาด ดังเช่น นางสาวชาคริยา วิวรวงษ์ เกษตรกรที่ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นหนึ่งของสมาชิกเกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส นางสาวชาคริยา กล่าวว่า เดิมนั้นทำการเกษตรด้วยการปลูกมะนาว และเลี้ยงปลาน้ำจืดแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นป่าพรุดินมีความเค็มปลูกพืชไม่ได้ น้ำก็เปรี้ยวเลี้ยงปลาไม่ได้ ทั้งปลาและพืชตายหมด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาแนะนำ การปรับปรุงดินด้วยระบบแกล้งดินตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ยังแนะนำการแก้ไขปัญหาน้ำเปรี้ยว จึงทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากดินมาทำการเพาะปลูกได้ น้ำก็ดีขึ้นสามารถนำมาใช้รดต้นไม้และเลี้ยงปลาได้ดี จึงเริ่มปลูกมะนาวด้วยระบบวงบ่อที่สามารถกำหนดปริมาณดินที่จะปลูก รวมทั้งระบบการให้น้ำของต้นมะนาวได้
กรมวิชาการเกษตร ตามหาพันธุ์กล้วยโบราณ 12 ชนิด สนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ล่าสุดพบแล้ว 6 ชนิด ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และกล้วยพันธุ์หายากอื่นๆ อีก 30 ชนิด พร้อมจัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์กล้วยพื้นเมืองภาคใต้ตามพระราชดำริ บนพื้นที่ 2.1 ไร่ และอยู่ระหว่างจำแนกและตรวจวิเคราะห์ลายพิมพ์ DNA เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริขอให้รวบรวมพันธุ์กล้วยหายากตามรายชื่อพันธุ์กล้วยที่มีอยู่ในสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และตามหนังสือโบราณ เมื่อปี 2468 ของจังหวัดยะลา ที่ได้กล่าวถึงกล้วยชายแดนใต้ 12 พันธุ์ มาไว้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย 1.ปีแซ กาปา (กล้วยตะเภา) 2.ปีแซ ซูซู (กล้วยนมสาว) 3.ปีแซ ยะลอ (กล้วยหอม) 4.ปีแซ กูกู กูดอ (กล้วยเล็บม้า) 5.ปีแซ ลือเมาะมานิ 6.ปีแซ กาลอ (กล้วยตานี)
