ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังการประชุมสรุปปิดการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงพี่น้องชาวนาไทย โดยเฉพาะเรื่องความต้องการเมล็ดพันธุ์ดีสำหรับใช้เพาะปลูก จึงได้อนุมัติงบประมาณและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีเมล็ดพันธุ์ดีเพียงพอต่อความต้องการ กรมการข้าวในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านข้าว จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพและปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เพิ่มเติมชุดเครื่องชั่งบรรจุ พร้อมระบบจัดเรียงแบบอัตโนมัติ ประจำโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โรงงานเพิ่มศักยภาพ (โรงงาน A2) จำนวน 20 ชุด ดำเนินงานในศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ลำปาง ลพบุรี พัทลุง เชียงใหม่ พะเยา กำแพงเพชร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อุดรธานี กาฬสินธุ์ แ
จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมากจึงพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา“ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว” เป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอตามเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตล
นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน เรื่อง พายุ “มูน” (Mun) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ซึ่งคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งระหว่างประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีน ในช่วงวันที่ 3-4 ก.ค. 2562 ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก บางแห่งกับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงอยากให้พี่น้องชาวนาบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และอาจเกิดความเสียหายกับนาข้าวได้ กรมการข้าวจึงได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ ดูแลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาได้อย่างทันท่วงที นายประสงค์ กล่าวต่อไปว่า การฟื้นฟูนาข้าวที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มีวิธีดูแล ดังนี้ กรณีที่ 1 สำหรับแปลงนาที่น้ำท่วมขังไม่นาน น้ำสูงไม่ถึงยอดข้าวและต้นข้าวยังไม่ตาย ให้รีบระบายน้ำออกจากแปลงนา ให้เหลือ 5-10 เซนติเมตร และให้เกษตรกรพิจารณาฟื้นฟูนาข้าวหลัง
