สดจากเยาวชน
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนชอบ คือ “สปาปลา” การหย่อนเท้าลงแช่น้ำให้ปลาตัวเล็กตัวน้อยจำนวนมากมาตอดเท้า เป็นสัมผัสแห่งความผ่อนคลาย ปลาตอดในลำธารธรรมชาตินั้นมีหลายที่หลายแห่ง บางแห่งเป็นสปาปลาตอดแบบ แนบชิดธรรมชาติ กลางลำธารน้ำใสไหลเย็น มีหลังคาเป็นเรือนยอดไม้ร่มเย็นสบายตา สถานที่นั้นคือ “สวนตาสรรค์” ที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช รังสรรค์ แท้เที่ยง เจ้าของสวนตาสรรค์ เล่าเรื่องราวของสวนให้ฟังว่า “สวนนี้มีมาตั้งแต่รุ่นทวด ลำธารที่เห็นสายเล็กๆ นี้ก็ทอดยาวลงไปเรื่อยๆ หลายพื้นที่ใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ปลูกยาง ปลูกปาล์ม บ้างก็ทำสวน ผลไม้” “ผมเกิดมาก็เห็นต้นไม้ใหญ่ๆ พวกนี้แล้ว แม่บอกว่าแม่เห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกันครับ” น้องไอซ์ ด.ช.ณัฏฐนันท์ บัวทองเกื้อ หลานของตาสรรค์ มักมาที่สวนเป็นประจำในวันหยุด แนวลำธารใสเย็นในสวนเป็นเขตแบ่งแดนระหว่าง อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ความพิเศษของที่นี่คือต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นกลางลำธาร บ่งบอกความยาวนานของอายุ อย่างต้นอโศกและต้นชมพู่น้ำ สองชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่มีรากแผ่กว้าง มีพูพอนใหญ่พลิ้วราวริบบิ้นขนาดยักษ์ช่ว
หลายหมู่บ้านในประเทศไทยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำหมู่บ้านจนประสบความสำเร็จและกลายเป็นชุมชนต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ดูเป็นตัวอย่างและกลายเป็นที่เรียนรู้ดูงานระดับประเทศ บ้านน้ำทรัพย์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นชุมชนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงแหล่งสำคัญของเพชรบุรีเช่นกัน แต่สิ่งที่ดึงดูดให้คนดูงานมาท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่เพียงการทำการเกษตรแบบพอเพียง แต่คือการท่องเที่ยวชุมชนสไตล์คาวบอย และมีการท่องเที่ยวบนหลังม้าเป็นเอกลักษณ์การท่องเที่ยวของชุมชน “เราดึงเด็กๆ มาช่วยดูแลม้าเพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติดและฝึกสมาธิด้วย เพราะคนที่จะมาดูแลม้าได้ต้องมีสติ ถ้าไม่จดจ่ออยู่กับม้าก็จะตกม้าบ้างหรือโดนม้าดีดบ้าง เด็กๆ ที่ผ่านการฝึกจะได้มาดูแลม้าให้นักท่องเที่ยวขี่” วัชระ วรรณขำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ฝึกสอนเด็กๆ ให้ดูแลม้า กล่าวถึงข้อดีของการฝึกสอนม้า แต่เดิมชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ยังไม่มีถนน จึงต้องใช้ม้าเป็นพาหนะในการเข้าออกหมู่บ้าน แต่เมื่อมีถนนชาวบ้านใช้รถยนต์แทน ม้าจึงค่อยๆ ห่างหายไปจากชุมชน เมื่อ ผู้ใหญ่ชูชาติ วรรณขำ นำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้พัฒนาชุมชนจนกลายเป็นหมู่บ้านเกษตร
