สถานการณ์ราคามันสำปะหลัง
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังแหล่งใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศก. โดยทีมสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า ฤดูการผลิตปี 2567/68 คาดว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.74 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.08 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.66 ล้านไร่) คิดเป็นร้อยละ 20.10 ของเนื้อที่เก็บเกี่ยวทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2566/67 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.67 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.03 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.64 ล้านไร่) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.19 เนื่องจากราคามันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ในปีเพาะปลูก 2566/67 อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชทนแล้ง จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกแทนอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีต้นทุนการผลิตสูง ด้านผลผลิตรวมของจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ คาดว่ามีปริมาณ 5.33 ล้านตัน (นครราชสีมา 3.35 ล้านตัน และชัยภูมิ 1.98 ล้านตัน) คิดเป็นร้อยละ 19.60 ข
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามันสำปะหลังว่า ราคาหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ที่เกษตรกรขายได้ มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2564 เป็นต้นมา โดยราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม-กันยายน 2565 กิโลกรัมละ 2.68 บาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่ราคากิโลกรัมละ 2.28 บาท เนื่องจากความต้องการมันสำปะหลังเพื่อส่งออกมีมากขึ้น สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม-กรกฎาคม) มีปริมาณ 7.19 ล้านตัน มูลค่า 91,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นําเข้ารายใหญ่ ต้องการนําเข้ามันสำปะหลังเพื่อทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีราคาสูงขึ้น ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ทั่วโลกเพิ่มปริมาณสํารองธัญพืชเพื่อการบริโภค เพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และพลังงาน ส่งผลทำให้ราคามันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ราคามันสำปะหลังที่อยู่ในเกณฑ์ดี จึงส่งผลให้ยังไม่มีการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2564/
