สถานการณ์อุทกภัย
ธ.ก.ส. ขอแสดงความห่วงใย พร้อมอยู่เคียงข้างเกษตรกรจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่าน เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ระดมพลังสาขาจัดถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือ พร้อมอาหารกล่องสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบ และจัดมาตรการเพื่อสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด และเตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ต่อไป นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในพื้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 ตุลาคม จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ผ่านมา 11 วัน ใน 7 ตำบล ประกอบด้วย ต.สรรพยา ต.บางหลวง ต.เขาแก้ว ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก บ้านเรือนประชาชน ต้องถูกน้ำท่วมจำนวนกว่า 2,700 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องขนของอพยพขึ้นมาอาศัยกิน-นอนอยู่บนถนนกว่า 500 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 16,000 ไร่นั้น นอกจากประชาชนจำนวนกว่า 7,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้แล้ว ชาวบ้านบอกว่ายังมีพืชสวนครัวต่างๆที่ต้องแช่น้ำมาถึง 1 1วัน ทำให้มีพืชหลายชนิดมีอาหารเหี่ยวเฉา ใบเหลืองไหม้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังจะตาย เช่น มะะกอ กล้วย ขนุน มะม่วง และต้นผลไม่ต่างๆ ซึ่งชาวบ้านเองก็ทำได้แต่เพียงแค่นั่งดูด้วยความรันทดใจ เพราะไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร เพราะชาวบ้านเองปัจจุบันก็กินอยู่กันอย่างลำบาก ได้เพียงแค่ภาวนาให้น้ำลดลงเร็วๆก่อนที่ต้นไม้จะตายหมด ทั้งนี้จากการตรวจปริมาณน้ำจากภาคเหนือไหลผ่าน จ.นครสวรร์เข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทรงตัว โดยวัดได้ 2,854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้น 8 ซ.ม.
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่จ.กาฬสินธุ์ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ราบลุ่ม 5 อำเภอ คือ อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด และอ.เมืองกาฬสินธุ์ ยังประสบปัญหาน้ำท่วม เป็นพลพวงจากพายุลาตัสและเซินกา ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จำนวนมาก จนทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 1,745 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 88 ของความจุอ่าง ซึ่งเขื่อนลำปาวมีความจุที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเหลือเพียง 235 ล้น ลบ.ม. น้ำก็จะเต็มความจุ ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจ.กาฬสินธุ์ ในการประชุมคณะทำงานวเคราะห์สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จ.กาฬสินธุ์ โดยนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในการประชุม และมีนายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจ.กาสินธุ์ พล.ต.ผดุงเกียรติ โปร่งจิตติ์ ผบ.กล.รส.กส. นายสุชาติ หาญชนะชัยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมในการประเมินสถานการณ์และติดตามปัญหา ของพื้นที่ประสบภัยทั้ง 18 อำเภอ โดยพบว่าขณะนี้พื้นที่เสี่ยงและประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่ม 5 อำเภอ ที่ประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย อ.
