สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.)
เมื่อวันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) แจ้งว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศประเทศไทย สามารถยืนยันถึงบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจะแผ่ลงมาจากประเทศจีน โดยจะมีช่วงที่แผ่ลงมาลึกที่สุด วันที่ 6-7 เมษายนนี้ โดยจะเกิดการปะทะของลมตะวันออกเฉียงเหนือ กับลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำความชื้นเข้าไปสะสมตัวในประเทศไทยตอนบนในช่วงเวลานี้ ทำให้เกิดการยกตัวของลมและความชื้นรุนแรง ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนที่ค่อนข้างรุนแรง โดยจะเกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง เกือบทั่วทั้งประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจมีลูกเห็บตกได้ วาฟรายงานด้วยว่า ทั้งนี้ในวันที่ 7 เมษายน ความกดอากาศสูงจะแผ่ลึกลงมาถึงภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่า จะเกิดฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้เสี่ยงน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน ในช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายน และหลังจากนั้น ในวันที่ 8 และ 9 เมษายน อุณหภูมิประเทศไทยตอนบนจะลดลง โดยเฉพาะ วันที่ 8 เมษายน อุณหภูมิทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันออกของภาคเหนือ จะมีอุณหภูมิต่ำก
วันที่ 31 มีนาคม แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ตรวจสอบพบว่า หลังวันที่ 2 เมษายน ความกดอากาศสูงจะอ่อนกำลังลง ปริมาณฝนก็จะลดลง และช่วงวันที่ 6 เมษายน พบว่ามีแนวโน้มบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากแนวโน้มดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหมาย จะทำให้บริเวณความกดอากาศสูงค่อนข้างแรงดังกล่าวเกิดการปะทะกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนที่มีความรุนแรง และอาจจะเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บในบางพื้นที่ ประมาณวันที่ 6-7 เมษายน ปรากฏการณ์นี้จะเกิดไล่มาตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงสู่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ “จากนั้นประมาณวันที่ 8-9 เมษายน อุณหภูมิจะลดต่ำลง โดยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจจะต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสอีกรอบ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯก็จะมีลุ้นว่าอาจจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 23 องศาเซลเซียส ดังนั้น ใช่วงวันที่ 6-7 เมษายน ขอเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนทั่วไปเตรียมการตรวจสอบความมั่นคงของสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ใหญ่ เพื่อเตรีย
วันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานการคาดการสภาพอากาศ โดยแบบจำลองภูมิอากาศ(วาฟ) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ว่า พายุโซนร้อน “ขนุน” (KHANUN) บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีทิศทางเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกลงสู่ทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น และเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะปะทะกับความกดอากาศสูงและอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ช่วงวันที่ 13 -15 ตุลาคม บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้ปะทะกับความชื้นที่ยังมีอยู่ในพื้นที่ส่งผลให้ภาคเหนือจะยังคงมีฝนอีก 1วัน จากนั้นฝนจะลดลงส่วนร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง วาฟระบุอีกว่า ช่วงวันที่ 16 -19 ตุลาคม พายุโซนร้อน ขนุน จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศลาวตอนบน จากนั้นจะปะทะกับความกดอากาศสูงและ
