สทนช.
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามความก้าวหน้าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พบว่า หลายเป้าหมายสำคัญยังดำเนินการต่ำกว่าแผน และบางด้านจำเป็นต้องเร่งมากกว่าที่กำหนดไว้เดิม เพื่อให้ทันต่อความเสี่ยงด้านน้ำที่รุนแรงและซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้าน ดำเนินการได้เพียง 15.90% การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 30.60% การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 57.98% ขณะที่การพัฒนาระบบกระจายน้ำอยู่ที่ 74.26% ซึ่งยังต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์พื้นที่ขาดแคลนน้ำมากขึ้น การป้องกันพื้นที่น้ำท่วม โครงการส่วนใหญ่ที่แล้วเสร็จเป็นประเภทโครงการเล็ก แก้ปัญหาได้เฉพาะจุด จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จำเป็นต้องเร่งยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วม การระบายน้ำ และการบริหารจัดการให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศและความเสี่ยงในอนาคตได้จริง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือหลายโครงการขาดความพร้อมและงบประมาณมีจำกัด ทำให้โครงการตามแผนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 สทนช. จะปรับแนวทางโดยการกำหนดตัว
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมหนองโคตร สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านเป็ด นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนงานโครงการแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น โดยมี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านเป็ดและตัวแทนจากเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง หลังการประชุม นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3ได้ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการประชุมหารือ การขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น ว่า ปัญหาฝนตกและน้ำรอการระบายภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จำเป็นต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีเขตติดต่อกัน การบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจึงต้องดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ สำหรับมาตรการระยะสั้น ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณริมบึงหนองโคตร รวมถึงใช้คลองระบายน้ำและพื้นที่รับน้ำช่วยเร่งระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังไม่สามาร
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายด้าน โดยเฉพาะภาวะฝนทิ้งช่วงและเอลนีโญในปีนี้ ได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แบบเชิงรุก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ สทนช. ได้นำ ‘9 มาตรการรับมือฤดูฝน’ ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มาขับเคลื่อนเชิงรุก รับมือกับสภาวะเอลนีโญช่วงปลายปี 2569 จนถึงกลางปี 2570 โดยมุ่งเป้าแก้ปัญหาทั้งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงไปพร้อมๆ กัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำที่มีความไม่แน่นอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงจุดที่สุด
