นายชยันต์ เมืองสง. เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายด้านโดยเฉพาะภาวะฝนทิ้งช่วงและเอลนีโญในปีนี้ ได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แบบเชิงรุก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ สทนช. ได้นำ ‘9 มาตรการรับมือฤดูฝน’ ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มาขับเคลื่อนเชิงรุก รับมือกับสภาวะเอลนีโญช่วงปลายปี 2569 จนถึงกลางปี 2570 โดยมุ่งเป้าแก้ปัญหาทั้งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงไปพร้อม ๆ กัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้
- มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนเชิงรุก : สทนช. บูรณาการกัหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง โดยไม่ได้มองเฉพาะน้ำท่วม แต่ประเมินเจาะลึกถึงพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำจากสภาวะฝนทิ้งช่วงด้วย ซึ่งท่านรองนายกฯกำชับให้ สทนช. เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง โดยเฉพาะ ‘พื้นที่นอกเขตชลประทาน’ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และส่งมอบข้อมูลให้จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงป้องกันล่วงหน้าและใช้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับมือได้ทันท่วงทีทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัย

- มาตรการที่ 2 5 และ 7 บริหารจัดการน้ำแบบสมดุล ‘เก็บกักและระบายน้ำ’: มีการทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ ให้สอดคล้องกับการคาดการณ์ฝนระยะกลางและระยะยาว โดยนำ Dynamic Operation Curve มาปรับใช้ ร่วมกับ“ข้อมูลฝนคาดการณ์ 6 เดือนล่วงหน้า” และจะปรับเส้นเกณฑ์ทุก ๆ เดือนให้ตรงกับสถานการณ์จริง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำพอใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง และมีพื้นที่รองรับน้ำหลาก นอกจากนี้ยังเตรียมพื้นที่แก้มลิงไว้หน่วงและเก็บกักน้ำ รวมถึงปรับปฏิทินเพาะปลูกเพื่อลดความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเสียหาย

- มาตรการที่ 3 และ 4 เตรียมความพร้อมเครื่องจักรและแหล่งน้ำสำรอง : บูรณาการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ โทรมาตร และเครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงเตรียมบุคลากรประจำพื้นที่เสี่ยง ควบคู่ไปกับการเร่งกักเก็บน้ำสำรองในแหล่งน้ำทุกประเภทไว้ให้ได้ปริมาณมากที่สุดก่อนสิ้นสุดฤดูฝน โดยท่านรองนายกฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ฟื้นฟู และพัฒนาบ่อบาดาล ตลอดจนแหล่งน้ำผิวดินต่าง และเน้นย้ำให้สำรอง ‘น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค’ เป็นอันดับแรก ให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงฝนทิ้งช่วงและฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้

- มาตรการที่ 6 8 และ 9 กลไกการขับเคลื่อนในรูปแบบ ‘Single Command’ เพื่อให้การรับมือมีเอกภาพ สทนช. ได้ขับเคลื่อนการทำงานผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำและศูนย์บริหารจัดการน้ำก่อนเกิดภัย ช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็ว บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน และสื่อสารประชาสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อลดความสับสนของประชาชน
นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมนการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำที่มีความไม่แน่นอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงจุดที่สุด
