สนับสนุนสินเชื่อ
ธ.ก.ส. หนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมฟื้นเศรษฐกิจ จัดสินเชื่อวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR – 2.25% ต่อปี ให้ อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยาและกทม. ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดเงินทุนหมุนเวียน สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และหนุนแรงงานคืนถิ่นให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับ
โรงงานลำพูน, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมันฝรั่งทอดกรอบ “เลย์” ได้จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กับ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด โดยมี ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกมันฝรั่งจากการเพาะปลูกด้วยระบบชลประทานเป็นระบบเทคโนโลยีน้ำหยด ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร สามารถจัดการควบคุมน้ำและธาตุอาหารแก่พืชที่เหมาะสม ตลอดจนลดความเสี่ยงจากผลกระทบของภัยแล้งเป็นอย่างดี เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยมีเป้าหมายพื้นที่การดำเนินการ 22,000 ไร่ ผลผลิต 80,000 ตัน เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ 3,500 ครัวเรือน นายชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร ภูมิเอเชีย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โคสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและได้ดำเนินโครงการระบบน้ำหยดมาสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งที่จะช่วยให้เกษตรกรประหยัดน้ำที่ต้องใช้ ลดต้นทุนในการทำการเกษตร ทำให้เกษตร
ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดำเนินธุรกิจ รับซื้อรวบรวมผลไม้ ได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ และลองกอง เพื่อดูดซับปริมาณและกระจายผลผลิตผลไม้ในช่วงฤดูกาลไปยังตลาดในจุดต่างๆ พร้อมเตรียมวงเงินสินเชื่อกว่า 1,000 ล้านบาท รองรับโดยมีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยให้อีกร้อยละ 3 ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรก ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2563 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จัด โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ ปี 2563 เพื่อสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนและสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจรับซื้อรวบรวมผลไม้ของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เป็นการช่วยดูดซับปริมาณผลไม้ในช่วงฤดูกาลไม่ให้ราคาตกต่ำและเพิ่มทางเลือกในการกระจายผลไม้ไปยังแหล่งจำหน่ายต่างๆ อีกทั้งช่วยยกระดับมาตรฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ปี 2563 กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นผลไม้หลัก 7 ชนิด ได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ และลองกอง วงเงินสินเชื่อรว
ธ.ก.ส. พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนและประชารัฐสร้างไทยผ่านโครงการธุรกิจชุมชนสร้างไทย โชว์ผลการดำเนินงานในกลุ่มพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ในที่ประชุม รมว.คลังและคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง เผยตั้งเป้าพัฒนา 4,500 ชุมชน และอำนวยสินเชื่อกว่า 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2564 วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2562) ณ ห้องประชุมสังขละบุรี 1-2 โรงแรมริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี ดร.อุ ตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุมหารือกับคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี) โดยมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้บริหารส่วนงานราชการต่างๆ เข้าร่วมการประชุมกว่า 150 คน ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้นำเสนอแนวทางธุรกิจชุมชนสร้างไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ผ่านการปฏิรูปโครงการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมีตัวอย่างชุมชนจาก 3 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบ
