สปป ลาว
วช. ร่วมกับ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และ Lao TPHI พร้อมภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการนานาชาติ นำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรมใหม่และหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภูมิภาคเอเชียร่วมกันอย่างบูรณาการ ระหว่าง วันที่ 12-14 ธันวาคม 2562 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว จากการที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนวิจัย โครงการท้าทายไทย ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ (Grand Challenges Thailand Fluke Free Thailand) แก่ รศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยและต่อยอดงานวิจัยช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชมรมศัลยแพทย์ตับ ตับอ่อน ทางเดินน้ำดีแห่งประเทศไทย มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี Lao Tropical and Public Health Institute กระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ Mahosot Hospital, Lao PDR จัดงานป
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ สปป. ลาว ร่วมกับ เอสซีจี ที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมผู้ประกอบการไทยใน สปป. ลาว ร่วมกันจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและรักษาฟันให้แก่พระสงฆ์และสามเณร 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2562 โดยมีคณะทันตแพทย์ จากหน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่สนับสนุน รวมกว่า 70 คน มาให้บริการในวันที่ 5 และ 6 มิถุนายน 2562 ณ วัดองค์ตื้อมหาวิหาร นครหลวงเวียงจันทน์ สปป. ลาว นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ กล่าวว่า การบริการทันตกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2562 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัคร ราชทูต ณ เวียงจันท
เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศว่า เสียงแคนของชาวลาว ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากยูเนสโก โดยระบุว่า เสียงแคนของชาวลาวซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแบบเป่า ทำขึ้นจากการประกอบขลุ่ยหลายเลา ซึ่งทำขึ้นจากลำไผ่ที่มีความยาวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างเสียงที่แตกต่างกัน และผู้เล่นจะต้องเป่าลมเข้าไปภายในเพื่อสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา เพลงที่บรรเลงจากแคนเป็นที่นิยมกันอย่างมากในทุกภูมิภาคของประเทศลาว และนิยมนำไปเล่นกันตามงานเทศกาลตามหมู่บ้านต่างๆ และเพื่อให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับเพลงและการเต้นรำ แทนที่จะนั่งฟังเฉยๆ เพลงที่เล่นจากแคนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวลาวที่สนับสนุนการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างครอบครัวและสังคม โดยครอบครัวถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดศิลปะและคนเป่าแคนให้ยังคงอยู่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ยังมีการเรียนศิลปะเหล่านี้อยู่ โดยในหลายชุมชนท้องถิ่น สมาคมและกลุ่มต่างๆได้ริเริ่มการสนับสนุนการศึกษาทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในปี 2548 ได้มีการก่อตั้งสมาคมศิลปะแคนขึ้น และมีงานเทศกาลอีกหลายงานที่จัดขึ้นเพื่อส
การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญหนึ่งของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับตั้งแต่การเปิดประเทศในปี 1991 รายรับจากภาคการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศลาวเพิ่มจาก 2.25 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 724 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 4.55% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ทั้งหมด นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังนำมาซึ่งการผลิตและการบริโภคอันช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกล กระจายความเจริญให้แก่เมืองต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รัฐบาลลาวจึงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว โดยได้รับความช่วยเหลือจากประเทศญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปในการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หลวงพระบาง วังเวียง อย่างไรก็ตาม ความยากลำบากในการเดินทางคมนาคม สาธารณูปโภคที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและการขาดการประชาสัมพันธ์ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนประเทศกลางขุนเขาแห่งนี้ไม่มากเท่าที่ควร โดยล่าสุดปี 2016 มีนักท่องเที่ยวเข้าไปยังลาว 4.24 ล้านคน ลดลงจากปี 2015 ถึง 4.4 แสนคน จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงไปนี้ เป็นนักท่องเที่ยวไทยลดลง 3 แสนคน และนักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียน รวมลดลง 10% โดยคาดว่า นักท่องเที่ยวไทยและอาเซียน มี
หนองคาย – นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้จากการทำเกษตร ทำนา เลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงโควากิว จะทำให้เพิ่มมูลค่าให้กับโค จากโคพื้นเมืองธรรมดาจะกลายเป็นโคพันธุ์ดีที่ตลาดต้องการ ขายได้ราคาสูงขึ้น จัดสรรงบประมาณให้ส่วนหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำเพิ่มหลักความรู้ทางวิชาการให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเลี้ยงแพะนั้น เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นอย่างดี มีตลาดรองรับ ประเทศเพื่อนบ้านต้องการบริโภคเนื้อแพะสูง ตัวหนึ่งอยู่ที่ 2,300-2,500 บาท ใช้เวลาเลี้ยงสั้น จัดหาแพะแม่พันธุ์ให้เกษตรกรอีก 21 ตัว ด้าน นายนัฐพงษ์ เทศนา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ กล่าวว่า ศึกษาข้อมูลว่าการเลี้ยงแพะ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ชักชวนเพื่อนบ้านเลี้ยง ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะเลี้ยงอยู่ไม่มาก แต่ก็มีพ่อค้าชาวลาวมาติดต่อขอซื้ออย่างต่อเนื่องผลิตให้ไม่ทัน คาดว่าการเลี้ยงแพะจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมที่ดีแก่ครอบครัวได้ ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
