สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) รายงานผลการดำเนินงานรอบ 1 ปี แผนงาน “ศูนย์ขับเคลื่อนผลงานวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่การนำไปใช้ประโยชน์” เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานภายใต้แผนงานศูนย์ขับเคลื่อนผลงานวิจัย ในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนารายงานผลการดำเนินงานต่อไป โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ คณะผู้บริหาร วช. และ รองศาสตราจารย์ ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์ ผู้อำนวยการแผนงานฯ กล่าวรายงานผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : การขับเคลื่อนไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการดำเนินการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านพัฒนา สังคม และสิ่งแวดล้อม ของ วช. ณ ห้องทิวลิป โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร และผ่านการประ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ ร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นเพื่อสนับสนุนผลงานสู่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทยพร้อมก้าวสู่เวทีในระดับโลก การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566” (Thailand Inventors’ Day 2023) ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ซึ่งกิจกรรมภายในงานมีการเสวนา เรื่อง “Sustainable Development Goals (SDGs) : แผนพัฒนาโลกสู่ความยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและประธานคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม วช.นายเชิญพร เต็งอำนวย รองสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00-17.00 น. ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทร
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้หลายคนประสบปัญหาเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุหลายคนไม่มีแม้แต่ลูกหลานที่จะมาคอยดูแล ทางสหพัฒน์จึงได้ให้การสนับสนุน โครงการ “มอบธารน้ำใจสู่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทั่วประเทศ” ซึ่งสภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดขึ้นเพื่อออกไปเยี่ยมบ้าน มอบสิ่งของ พร้อมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่กลุ่มเปราะบางดังกล่าว “สหพัฒน์ ได้สนับสนุนโครงการมอบธารน้ำใจสู่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทั่วประเทศ โดยมอบผลิตภัณฑ์บะหมี่ซื่อสัตย์ จำนวน 300,060 ซอง และน้ำเต้าหู้โทฟุซัง จำนวน 50,400 กล่อง รวมมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท ซึ่งสหพัฒน์คาดหวังว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน แล
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ซึ่งเป็นประเด็นการพัฒนาสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560– 2565) ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้วิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ประกอบด้วย นิยามของเกษตรอัจฉริยะไม่ชัดเจนทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพในการดูแลนโยบายเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นองค์รวมและครบวงจร ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบผลการศึกษาวิเคราะห์ข้างต้น โดยคัดเลือก“การขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะในมันสำปะหลังในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มาเป็นกรณีศึกษาโดยพิจารณาควบคู่กับเป้าหมายการพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานชีวภา
