สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตร ( TAITA : ไททา)
กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2568 – CropLife Asia (ครอปไลฟ์ เอเชีย) และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (TAITA) ได้ประกาศเปิดตัว Sustainable Pesticide Management Framework (SPMF) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือเพื่อพลิกโฉมระบบอาหารที่มั่นคงและยั่งยืน โครงการนี้จะช่วยยกระดับชุมชนเกษตรกรไทย ปกป้องสิ่งแวดล้อม คุ้มครองสุขภาพประชาชน และเพิ่มศักยภาพการผลิตทางการเกษตร กรอบความร่วมมือดังกล่าวนำเสนอแนวทางการพัฒนาการเกษตรแบบองค์รวม ด้วยการผสานแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในด้านการอารักขาพืช นวัตกรรม และการกำกับดูแลของภาครัฐ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล โครงการนี้เริ่มต้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2564 เมื่อ CropLife International (ครอปไลฟ์ อินเตอร์เนชันแนล) ได้เริ่มโครงการนำร่องในภูมิภาคแอฟริกา และประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการในภูมิภาคเอเชีย โครงการนี้มีระยะเวลาในการดำเนินการ 5 ปีภายใต้แผนการลงทุนมูลค่า 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 500 ล้านบาท) ใน 9 ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร คุณอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกร
กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาการอารักขาพืชด้วยนวัตกรรมระบบเกษตรอัจฉริยะนำร่องแปลงใหญ่ทุเรียนภูเขาไฟบ้านซำตารมย์และแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จังหวัดศรีสะเกษ นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอทีไอ เทคโนโลยี จำกัด และ บริษัท นวัตกรรมเพื่อสังคมและเทคโนโลยีเกษตร จำกัด (โดรนชุมชน) ต่อยอดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะด้านอารักขาพืชมาใช้ในการพัฒนากระบวนการผลิต โดยได้มีการวางแผนจัดทำโครงการต้นแบบใช้โดรนเป็นเครื่องมือในการทำการเกษตรอัจฉริยะในด้านต่าง ๆ และควบคู่กับนวัตกรรมอื่นๆ ที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมให้แก่เกษตรกร นำร่องพืชเป้าหมายทุเรียนภูเขาไฟ บ้านซำตารมย์ อำเภอกันทรลักษ์ และข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันในรูปของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่าแปลงใหญ่ทุเรียนภูเขาไฟบ้านซำตารมย์ และแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ตำบลผักไหมนั้น เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่
17 กันยายน 2562 –นางวรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตร ( TAITA : ไททา) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้ง และอุทกภัย โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน กระทบต่อผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะข้าว และอ้อย ให้ปรับตัวลดลง ซึ่งจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภาคเกษตร ปี 2562 จากครึ่งแรกของปีนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกมาระบุว่า การเติบโตในภาคการเกษตรกรรมชะลอตัวลง 0.4 % ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เมื่อเทียบกับการขยายตัว 1.7 % ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับสภาวะแล้งและอุทกภัยที่รุนแรง อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นรวดเร็ว รัฐบาลต้องเร่งนำนวัตกรรมทางการเกษตรเข้ามาใช้ในภาคการเกษตร เพื่อติดอาวุธให้เกษตรกรไทย รวมถึงสร้างศักยภาพเพาะปลูก ดูแลผลผลิต และลดการสูญเสีย เนื่องจากภัยแล้งและน้ำท่วม ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ปัจจัยที่ท้าทายเหล่านี้ เป็นเรื่องด่วนที่ต้องนำมาใช้เพื่อการปฏิรูปภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ลดต้นทุน ให้เกษตรกรรายย่อย และขนาดกลาง มีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งหนึ่งในสามของประชา
