สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการ ‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ ตอนหนึ่งว่า วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะมีพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับเมืองไทยของเราที่เป็น ชาติเกษตรกรรม สะท้อนถึงความผูกพันอันใกล้ชิด ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้เป็นพระราชพิธี ประจำปี ที่สืบทอดมายาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย จวบจนปัจจุบันนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกรให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก โดยนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นฤดูทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้วันพืชมงคล ถือเป็นวันเกษตรกร ประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ได้ทราบข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยว่า ครึ่งปีแรก ประเทศไทยครองแชมป์ส่งออกข้าวได้เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยส่งออกข้าวได้กว่า 4.99 ล้านตัน และกรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า ได้ปรับเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยในปีนี้ “เพิ่มขึ้น จาก 9.5 ล้านตัน เป็น 10
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวไทยปี 2561 ไว้ที่ 9.5 ล้านตัน มีมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินบาทประมาณ 137,000 ล้านบาท (อิงค่าบาท 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ) ลดลงจากปี 2560 ที่มีปริมาณส่งออก 11.6 ล้านตัน มูลค่า 5,167 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 174,503 ล้านบาท ซึ่งเป็นอันดับ2 รองจากอินเดียที่ส่งออก 12 ล้านตัน และปีนี้อินเดียยังเป็นประเทศส่งออกข้าวมากสุดของโลก ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้สมาคมฯคาดการณ์ส่งออกปีนี้ลดลง เนื่องจากไทยไม่มีสต็อกข้าวมีผลจิตวิทยาต่อการเพิ่มสต็อกเพื่อขายของประเทศผู้ส่งออกและประเทศนำเข้า ประกอบกับนโยบายลดพื้นที่เหมาะปลูก ประเมินว่าผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้จะอยู่ที่ 30 ล้านตัน ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ปัจจัยลบต่อการส่งออกข้าวไทยปีนี้ คือ 1. ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องและแข็งค่ามากกว่าประเทคู่แข่งทำให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่งมาก โดยเฉพาะเวียดนามที่ราคาข้าวชนิดเดียวกันต่างกันกว่า 80-150 เหรียญต่อตัน 2.ขาดแคลนชนิดข้าวที่กำลังเป็นที่นิยมของประเทศผู้ซื้ออย่างข้าวพื้นนิ่มและจีนเป็นตลาดให
