สมุนไพรแก้ปวดเมื่อย
จากคอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ ระบุถึงอาการปวดเมื่อยกับสมุนไพรใกล้ตัว ว่า กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือ Myofascial Pain Syndrome (MPS) นั้นเป็นกลุ่มอาการที่พบในผู้ป่วยเรื้อรังมาก โดยจะมีจุดกดเจ็บหรือจุดปวด ที่กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อพังผืด ในบางรายมีการพัฒนาการปวดร้าวไปบริเวณอื่น สาเหตุอาจเกิดจากการใช้กล้ามเนื้อ เอ็นกระดูก หรือเอ็นกล้ามเนื้อมากเกินไป และใช้กล้ามเนื้อกลุ่มนั้นซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดภาวะที่กล้ามเนื้อหดตัว นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ การใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือการที่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน เช่น เวลาใส่เฝือก เป็นต้น โดยอาการของการปวดก็จะมีหลากหลาย เช่น ปวดลึกๆ ปวดร้าว ในผู้ป่วยบางรายก็เป็นเฉพาะเวลาใช้กล้ามเนื้อ บางรายก็ปวดตลอดเวลา การรักษาปัจจุบันจะมีทั้งการฉีดยาเฉพาะจุดที่ปวด การรับประทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การนวดก็สามารถรักษาอาการปวดได้ การทำกายภาพบำบัด การทำ Stretch and spray (การพ่นด้วยความเย็นในจุดที่ปวดแล้วค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อ) นอกเหนือจากยาแก้ปวดหรือวิธีบรรเทาปวดแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาในการรักษาอี
จากการเปิดเผยข้อมูลโดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า “เถาวัลย์เปรียง” เป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทยศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายอุจจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป กระทั่ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2535 คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ 92 ปี เป็นคุณแม่ของ ภญ.พัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้น ท่านได้มาพบกับตน และออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนั้นก็คือ เถาวัลย์เปรียง ซึ่งท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เฉพาะตกขาวอย่างเดียว ตกเหลืองตกเขียว ตกแดงช้ำๆ ก็กินหายมาแล้ว ต่อมามีการศึกษาวิ
