สวก
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA พร้อมคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลงานวิจัย “จัดการน้ำ-ปุ๋ยแม่นยำ” ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรดบ้านคา จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่สำคัญ พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้า GI ให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน ภายใต้กิจกรรม “ARDA Agrifuture : เรียนรู้และต่อยอดงานวิจัยสู่โอกาสเกษตรไทยในอนาคต” ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกต้องเผชิญกับความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตภาคเกษตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาปุ๋ยเคมี พลังงาน น้ำ และค่าขนส่ง โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งมีต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาก๊าซธรรมชาติโดยตรง ในสถานการณ์เช่นนี้การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็น “กลไกสำคัญ” ที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดโลกได้ ARDA มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย และทรัพยากรทางการเกษตรอย
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวน 17 ชนิด ล้วนอยู่ในสกุล paphiopedilum spp. มีชื่อสามัญว่า Lady slipper orchid ชื่อไทยว่า “รองเท้านารี” ที่เรียกชื่อดังนี้ เนื่องจากดอกมีลักษณะขอบปากงองุ้มเข้าหากัน คล้ายหัวรองเท้าของชาวดัตช์ การที่ดอกมีรูปทรงแปลกตาและสามารถใช้เป็นไม้ประดับได้ จึงได้รับความนิยมปลูกเลี้ยงอย่างแพร่หลาย กล้วยไม้รองเท้านารีจึงจัดเป็นพืชที่มีศักยภาพชนิดหนึ่งทางการตลาด การที่กล้วยไม้รองเท้านารีได้รับความนิยมในการปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทำให้มีการลักลอบเก็บออกจากป่าเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ป่าไม้ก็ถูกทำลายลง ทำให้ปริมาณของกล้วยไม้รองเท้านารีจากแหล่งธรรมชาติลดลงจนใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งกล้วยไม้รองเท้านารีจัดเป็นพืชอนุรักษ์บัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่กำลังสูญพันธุ์ หรือที่เรียกว่า อนุสัญญาไซเตส (CITES Appendix I) ซึ่งควบคุมไม่ให้มีการส่งออกกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์แท้ที่เก็บจากป่า ยกเว้นพืชอนุรักษ์ที่ได้จากการข
‘ผักตบชวา’ วัชพืชลอยน้ำที่สร้างปัญหาใหญ่หลวงต่อแม่น้ำลำคลองและระบบชลประทาน เนื่องจากผักตบชวาสามารถแพร่กระจายและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาอุดตันทางน้ำ น้ำเน่าเสีย ตลอดจนกระทบต่อระบบนิเวศ การประมง การเกษตร และการท่องเที่ยว จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนางานวิจัยเพื่อนำมาปรับใช้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง จนต่อยอดมาสู่ ‘โครงการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่คลองใหญ่ (แม่น้ำระยอง) ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567’ เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชนด้วยการกำจัดผักตบชวา โดยใช้สารผสมจากธรรมชาติอย่าง ‘สารผสม’ ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยย่อยสลายผักตบชวาให้เน่าเปื่อย จมลงสู่ก้นบ่อ ทดแทนวิธีการกำจัดแบบดั้งเดิมที่ใช้สารเคมี ขณะเดียวกัน ได้มีการบูรณาการร่วมกับการใช้ ‘ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา’ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของผักตบชวาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองชลประทาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระ
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2567 ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ลงนามบันทึกความเข้าใจ กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กรมการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการจัดการห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมแบบครบวงจรสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัยพัฒนายาจากพืชกระท่อมใช้บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในการตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสุขภาพ ปัจจุบัน กรมการแพทย์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) โรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี มีบทบาทสำคัญในการรับส่งต่อและบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งสนับสนุนและสร้างความร่วมมือในการศึกษาวิจัยทางคลินิกพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อการมีสุขภาพที่ดีของป
รักษาความสด และยืดอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำด้วยเครื่องผลิตน้ำแข็งเหลวโอโซน ตอบโจทย์วงการประมง ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ปัจจุบันความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อถนอมอาหารและรักษาสภาพความสดของอาหารทะเลนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้วัตถุดิบที่ได้จากแหล่งทำประมงหรือจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั้น ยังคงความสดใหม่ได้นานที่สุด ซึ่งสมัยก่อนการใช้ความเย็นเก็บรักษาสัตว์น้ำจะใช้น้ำแข็งจากน้ำจืดส่งผลให้อาหารทะเลมีการเปลี่ยนแปลงสี รสชาติอย่างรวดเร็วระหว่างการเก็บรักษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารทะเล อย่างการใช้น้ำแข็งเหลวโอโซนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำแข็งจืด และมีผลึกขนาดเล็ก นุ่ม ไม่ทำให้อาหารทะเลเสียหายจากการกดทับหรือบาดเข้าไปในเนื้อ อีกทั้งมีการเพิ่มโอโซนช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียส่งผลให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำให้ยาวนานขึ้น ทีมนักวิจัยไทยภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) โดยมี คุณขจร เรเชียงแสน หัวหน้าโครงการวิจัยและทีมงานได้วิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตน้ำแข็งเหลวโอโซน (Research and Development on Ozonated Slu
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2567 ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ลงนามบันทึกความเข้าใจ กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กรมการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการจัดการห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมแบบครบวงจรสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัยพัฒนายาจากพืชกระท่อมใช้บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในการตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสุขภาพ ปัจจุบัน กรมการแพทย์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) โรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี มีบทบาทสำคัญในการรับส่งต่อและบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งสนับสนุนและสร้างความร่วมมือในการศึกษาวิจัยทางคลินิกพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อการมีสุขภาพที่ดีของป
ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมของชีวิต การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ภาคอุตสาหกรรมอาหารไม่เพียงแต่ต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานการเกษตรของประเทศและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ด้านอาหารให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเจรจาธุรกิจเพื่อรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 67 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ‘Food Tech : เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก พลิกธุรกิจอาหารด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม’ สำหรับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก
การเกษตร ถือเป็นรากฐานของคนในสังคมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หลายครัวเรือนต่างดำรงชีวิตและหาเลี้ยงชีพด้วยการทำเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและความยั่งยืนของประเทศ การพัฒนาพื้นที่เกษตรจึงเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับและเพิ่มรายได้เกษตรกรให้มีการเติบโตยิ่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกลไกสำคัญในการพัฒนาและยกระดับการเกษตรของไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงจัดงานเสวนาการเกษตรนานาชาติ ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Neo-Regional Development on Biodiversity and Agricultural Sustainability” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ณ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดน่าน โดยโอกาสนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานฯ นับเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 12 องค์กรพันธมิตร เข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญาน่าน (Nan Declaration) แลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ การแก้ไขปัญหาความยากจน และการสร้างความร่วมมือด้านการส่งเสริมการเก
สวก. และ BEDO ถ่ายทอดวิธีเลี้ยง “แมลงโปรตีน BSF” เป็นอาหารสัตว์โปรตีนสูง ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย สร้างรายได้สู่ชุมชนควบคู่กับลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล จากแนวโน้มของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการเนื้อสัตว์เพิ่มมากขึ้น ให้ราคาอาหารสัตว์และวัตถุดิบการผลิตอาหารสัตว์ทั้งปลาป่น ข้าวโพด และถั่วเหลือง ในตลาดขยับราคาสูงขึ้นกว่า 30 – 40 % ทั้งนี้ความต้องการอาหารสัตว์ในประเทศไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้อย่างเต็มที่เพราะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูก ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาแรงงานและอื่นๆ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นอันดับต้นๆ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมยกระดับและพัฒนาศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางภาคเกษตรและอาหารของโลก ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาทำเกษตรมูลค่าสูงมากยิ่งขึ้น ทำน้อยแต่รายได้เพิ่มขึ้นซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. ร่วมด้วย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ลงนามบันทึกความเข้าใจ “การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน” ยกระดับการขนส่งสินค้าเกษตรไทย หนุนผลงานวิจัยแก้ปัญหาต้นทุนการขนส่งพื้นที่ห่างไกลด้วยการใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือ สวก. ร่วมกับ สทป. และ สวพส. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับสำหรับกิจกรรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีสองทาง (Dual-Use Technology)” ด้านภาคพลเรือนเน้นพื้นที่ทุรกันดารหรือเข้าถึงยาก มุ่งสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเศษวัสดุทางการเกษตรหลังจากบดอัดแล้วเพื่อขนส่งไปที่โรงงาน ด้านภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านการ
