สวนนายแป๊ะ
ทุเรียนปราจีน ชื่อนี้มีแต่ความอร่อย ทุเรียนปราจีนได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้า ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และมีกลุ่มทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กบชายน้ำ ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับทุเรียนปราจีน ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดีเท่านั้น เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน เกษตรกรชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ปลูกทุเรียนไม่มาก ใช้แรงงานคนในครอบครัวเป็นหลัก มีการดูแลจัดการสวนในลักษณะเกษตรอินทรีย์ ไม่ค่อยใช้สารเคมี และแปลงผลิตส่วนใหญ่ผ่านการรับรองการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) จา
“ทุเรียนปราจีนบุรี” ติดหนึ่งในทำเนียบทุเรียนพันธุ์ดีของไทย เพราะขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติความอร่อย แต่หากินยากเพราะมีพื้นที่ปลูกไม่มาก ผลผลิตมีจำนวนจำกัด เกษตรกรจึงขายผลผลิตได้ราคาสูง 150-200 บาท ต่อกิโลกรัม ปัจจุบัน ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้า ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และมีกลุ่มทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กบชายน้ำ ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับทุเรียนปราจีนบุรี ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดีเท่านั้น เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแต่ละรายในจังหวัดป
หลายคนคงจดจำความอร่อยของตำนาน “ส้มบางมด” ได้ขึ้นใจ ความจริง ส้มบางมดก็คือ ส้มเขียวหวาน อยู่ในตระกูลส้มแมนดาริน นิยมปลูกแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยอดีต มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ส้มกำนันจุล ส้มเพชรบูรณ์ ส้มสีทองจังหวัดน่าน ส้มศรีสัชนาลัย ส้มบางมด ส้มรังสิต ส้มกลุ่มนี้คือ ส้มเขียวหวานทั้งหมด แต่ปลูกในระดับอุณหภูมิที่ไม่เหมือนกัน ช่วงกลางคืนกับช่วงกลางวัน มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ประมาณ 14 องศาเซลเซียส ผลส้มจะสร้างสีที่เข้มขึ้น สังเกตส้มเขียวหวานที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือจะมีสีผิวเข้มกว่าส้มที่ปลูกทางตอนใต้ สาเหตุที่ต้นส้มที่ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ถูกเรียกว่า “ส้มเขียวหวาน” เพราะเป็นผลส้มแก่ที่มีเปลือกสีเขียวและมีรสหวาน เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางไม่มีความแตกต่างด้านอุณหภูมิ (ช่วงกลางวัน-กลางคืน ) เหมือนกับต้นส้มที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือนั่นเอง ส่วนส้มสายน้ำผึ้ง หรือ ส้มโชกุน ความจริง เป็นต้นส้มเขียวหวานที่กลายพันธุ์ไป เมื่อนำต้นส้มเขียวหวานไปปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ ผลส้มก็กลายเป็นสีเหลือง เมื่อนำต้นส้มไปปลูกที่หาดใหญ่ ชุมพร ซึ่งอุณหภูมิไม่ต่างกัน ผลส้มมีเปลือกเป็นสีเขียว ถูกเรียกว่า ส้มโ
