สวนผักคนเมือง
“ครูอุษา” หรือ กัญญ์ณัทพัชร บุณยะโหตระ จากคุณครูและเจ้าของโรงงานเทียนแฟนซี สู่วิทยากรและเจ้าของอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้นครึ่งที่ถูกแปรสภาพเป็น ศูนย์การเรียนรู้ในโครงการสวนผักคนเมือง บนดาดฟ้า ของอาคารติดถนนใจกลางย่านห้วยขวางแห่งนี้ มีพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิดที่ปลูกด้วยมือของครูอุษาซ่อนตัวอยู่ด้านบน ท่ามกลางตึกสูงในเมืองใหญ่ ไม่เพียงแต่พืชผักเท่านั้น แต่ภายใต้หลังตาของบ้านครูอุษา อีกทั้งยังมีไก่และเป็ดที่ถูกเลี้ยงไว้เพื่อให้ไข่สำหรับการบริโภคในบ้าน และหากลองเงี่ยหูฟังให้ดีแล้ว ก็จะได้ยินเสียงของความสุขลอยดังลอดออกมาจากบานประตู วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักครูอุษาให้มากขึ้นผ่านบทสนทนาเล็กๆ ที่ครูอุษาร่วมพูดคุยกับเรา จุดเริ่มต้นของสวนดาดฟ้า สวนดาดฟ้า เกิดขึ้นมาในช่วงที่ครูอุษาหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายและชีวิตของตนเอง ตั้งแต่ครูอุษาเรียนจบคหกรรมศาสตร์และต่อโทในสาขาปฐมวัย ครูอุษาก็สอนหนังสือเป็นอาชีพมาโดยตลอด อีกทั้งครูอุษาในตอนนั้นยังมีโรงงานหล่อเทียนแฟนซีเป็นของตัวเอง ทำให้ครูอุษาละเลยและมองข้ามเรื่องของสุขภาพไป จนกระทั่งครูอุษาได้ตัดสินใจที่จะปิดโรงงานเทีย
ผมเคยไปเวียดนาม แถบฮานอย-ซาปา เมื่อหลายปีก่อน และพบด้วยความประหลาดใจว่า ตามตรอกซอกเล็กซอยน้อยหน้าบ้าน ข้างบ้าน หรือริมทางสาธารณะ ไม่ว่าจะในเมืองขนาดย่อม หรือเมืองใหญ่ที่แออัดด้วยตึกรามบ้านช่องของคนเวียดนั้น มีแปลงผัก กระถางดินเผาปลูกผักสวนครัวไว้เป็นหย่อมๆ ทั่วไปหมดเลย เรียกว่าเขาใช้พื้นที่ว่างอันมีจำกัดนั้นทำเกษตรในเมืองเพื่อยังชีพเสริมได้คุ้มค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ ลักษณะทำนองนี้พบในเมืองขนาดเดียวกันของไทยบ้างเหมือนกันครับ แต่น้อยกว่ามากๆ ผมเองเกิดไม่ทันช่วงที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ กำลังเติบโต เลยเดาไม่ถูกว่า แต่ก่อนคนไทยเคยทำแบบนี้หรือเปล่า แล้วถ้าเคย มาเลิกทำไปตอนไหน เพราะเหตุใด จะว่ามีผักซื้อจากตลาดกินเพียงพอแล้ว ก็ไม่น่าใช่ ราคาผักแพงที่ยังบ่นอุบอิบกันมานานจนถึงทุกเมื่อเชื่อวันนี้ แสดงว่าเรายังไม่เพียงพอเรื่องผักแน่ๆ เพราะปกติเรากินผักผลไม้กันไม่มากเท่าไรหรือ อันนี้คงจะจริง ตัวเลขมาตรฐานของผักผลไม้ที่คนควรกินในปริมาณไม่ต่ำกว่า 400 กรัม ต่อวัน หรือ 44 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารทั้งหมดที่กินแต่ละวันนั้น คนในเมืองใหญ่ เช่นกรุงเทพฯ กินกันอยู่ที่ปริมาณเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่ถ้านี่เ
