สวนส้ม
ตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้และวัตถุดิบอาหารชั้นนำของอาเซียน ขอเชิญอุดหนุนเกษตรกรสวนส้มของไทยในช่วงเทศกาลแห่งความสุข พบกับส้มคุณภาพดีหวานฉ่ำเข้ามาจำหน่ายสด ๆ มากถึงวันละ 100 ตัน คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานกลยุทธ์ธุรกิจ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “ตลาดสี่มุมเมือง มีตลาดส้ม ซึ่งจำหน่ายผลผลิตส้มไทยจากเกษตรกรไทย ทั้งขายส่งและขายปลีก ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงที่ส้มไทยเริ่มทยอยเข้ามาจำหน่ายถึงวันละ 100 ตัน สำหรับที่ตลาดส้มสี่มุมเมือง มีจำหน่ายทุกสายพันธุ์ยอดนิยม อาทิ ส้มสายน้ำผึ้งฝาง หรือส้มโชกุน ซึ่งถือเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ขึ้นทะเบียน GI ของดีรายการที่ 5 ของ จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อแน่น สีสันสวยงาม และรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีปริมาณน้ำมากและวิตามินซีสูงจะทานผลสดหรือนำไปคั้นเป็นน้ำส้มก็อร่อย ส้มเขียวหวาน หรือส้มบางมดผลและเนื้อสีสวยงาม ฉ่ำน้ำ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ส้มภูเรือจากจังหวัดเลย นอกจากนี้ยังมีส้มจากภาคกลาง และบางส่วนของภาคใต้เข้ามาจำหน่ายด้วย เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ตลาดสี่มุมเมืองจัดโปรโ
ความทรงจำวัยเด็กของผมเกี่ยวกับส้มเขียวหวานก็คือมันมีราคาไม่แพงนัก แต่ที่กล่าวขวัญกันว่าดีที่สุดก็คือ “ส้มบางมด” ที่ตำบลบางมด ย่านฝั่งใต้ของธนบุรี แม้ว่านานๆ จะมีโอกาสได้ชิมสักครั้ง แต่ค่าที่ว่าเรายังเป็นเด็ก ก็ย่อมจะจดจำรสชาติหวานฉ่ำของมันได้ดีจนเดี๋ยวนี้ เรื่องที่เล่าสู่กันฟังได้อย่างชวนเอาไปคิดต่อ เห็นจะมีว่า เมื่อผมโตขึ้น ได้รู้จักเพื่อนหลายคน พวกเขาเล่าตรงกันว่า ส้มบางมดนั้น “เดี๋ยวนี้ไม่อร่อยแล้ว สู้แต่ก่อนไม่ได้เลย” เนื่องจากดินจืดบ้าง น้ำเค็มหนุนจนเสียหายบ้าง หากจะหมายเอาช่วงเวลาคร่าวๆ ก็ต้องว่า ส้มบางมดเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน (ตอนที่เพื่อนเล่าให้ผมฟัง) ก็อร่อยสู้สมัยเขาเด็กๆ (คือราว 40-50 ปีก่อน) ไม่ได้แล้ว ความรู้สึกที่ว่า อะไรต่อมิอะไรในช่วงเวลาร่วมสมัยของเรา ล้วนแต่ลดน้อยด้อยคุณภาพลงนั้นช่างเป็นเรื่องแปลก เพราะดูเหมือนจะเกิดแก่ผู้คนทุกยุคทุกสมัย กรณีส้มบางมดนี้ หนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (พ.ศ. 2452) มีอ้างบทกลอนของพระแก้วคฤหรัตนบดี (น่วม) ตอนหนึ่งว่า “..ส้มเขียวหวานบางมดรศเปนจอม เดี๋ยวนี้ย่อมสูญทรามเพราะน้ำเคม ราษฎรขุดคลองทำนาเกลือ
เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในช่วงหลายปีหลังมานี้เราได้เห็นลูกหลานเกษตรกรหลายบ้านหันมาให้ความสนใจกับอาชีพเกษตรกรที่เป็นอาชีพดั้งเดิมพ่อกับแม่ทำมาก่อนแล้ว ถึงแม้ว่าบางบ้านจะส่งลูกไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา บางบ้านส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ไปจนถึงปริญญาเอก ลูกๆ หลานๆ ก็ยังไม่ลืมที่จะกลับมาพัฒนาสานต่องานเกษตรที่เลี้ยงชีวิตพวกเขาให้เติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างทุกวันนี้ได้ อย่างเช่นว่าที่เกษตรกรสาวอายุน้อยท่านนี้ คุณวริศรา ไกรกิจราษฎร์ หรือ น้องอ้อม อายุ 22 ปี อยู่ที่ตําบลแม่สิน อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ลูกหลานเกษตรกรชาวสวนส้มเขียวหวาน ที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเธอก็จะเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี กำลังเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง อาศัยความรักและชอบในการขายของ เข้ามาช่วยทำการตลาดส้มที่สวนของพ่อกับแม่ จากผลผลิตที่เคยราคาตก ขายออกไม่หมด ปัญหาเหล่านี้ไม่มีอีกแล้ว น้องอ้อม เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้นปีที่ 4 ใกล้เรียนจบปริญญาตรี จึงได้วางแผนอนาคตตนเองไว้ว่าหลังเรียนจบจะเข้ามาสานต่อสวนส้มเขียวหวานของครอบครัว และบททดสอบก็เข้ามาไวกว่าที่คิด จากสถานการณ์โควิด-19 ที
ในช่วงอากาศร้อนและแล้งระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อน เฝ้าระวังการเข้าทำลายของ เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะพบในระยะที่ต้นส้มแตกยอดอ่อนและติดผล เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนของเพลี้ยไก่แจ้ส้มจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบและยอดที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว กรณีพบการเข้าทำลายถึงขั้นรุนแรง จะทำให้ใบร่วงติดผลน้อยหรือไม่ติดผลเลย นอกจาก เพลี้ยไก่แจ้ส้ม จะเข้าทำลายยอดอ่อนต้นส้มโดยตรงแล้ว เพลี้ยไก่แจ้ส้ม ยังเป็นพาหะที่ถ่ายทอดทำให้เกิดโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม ในระยะที่ต้นส้มแตกตาและมียอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน และในแหล่งที่มีการระบาดของโรคใบเหลืองต้นโทรมหรือโรคกรีนนิ่ง เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดในทันที โดยให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัม
ถามถึงพื้นที่ปลูกส้มที่มากที่สุดของประเทศ คงเป็นภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ สายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน หนีไม่พ้นส้มสายน้ำผึ้ง ด้วยคุณสมบัติที่ใยส้มจะนิ่ม ไม่หนา เนื้อแน่น น้ำเยอะ เปลือกบางล่อน และผิวมีสีเหลืองทองอร่ามเมื่อสุกได้ที่ แต่ก็ยังมีสายพันธุ์อื่นที่ปลูกไว้มากและก่อนที่จะมีส้มสายน้ำผึ้งเข้ามา เช่น ส้มสีทอง ส้มเขียวหวาน ส้มโอเชี่ยน ฮันนี่ ส้มฟรีมองต์ ส้มเช้ง ส้มแมนดาริน เป็นต้น คุณแหลง รายคำ หรือ ลุงต๊ะ เกษตรกรทำสวนส้ม หมู่ที่ 5 ตำบลสันทราย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำสวนส้มมาตลอด 20 ปี มีตัดออกแล้วปลูกมะม่วง มะนาว ทดแทนบ้างนิดหน่อย เพื่อให้สวนมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงยึดพื้นที่เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ 80 ไร่ เป็นสวนส้ม สวนส้มของลุงต๊ะ แบ่งเป็น ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มสีทอง และส้มโอเชี่ยน ฮันนี่ (หลังจากนี้ จะเรียกชื่อย่อ เหลือเพียง ส้มโอเชี่ยน) รวม 3 ชนิด และสัดส่วนส้มสายน้ำผึ้ง เป็นส้มที่ปลูกมากที่สุด ลุงต๊ะ บอกว่า แม้ว่าส้มสายน้ำผึ้งจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดต้องการ แต่การปลูกส้มชนิดอื่นก็มีประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นพืชชนิดเดียวกัน แต่การให้ผลผล
เกษตรกรสวนส้มที่ฝาง เผยเทคนิคปลูกส้ม 100 กว่าไร่ ส่งห้างสรรพสินค้าชั้นแนวหน้า คุณชัยชาย พิพัฒนามงคล เกษตรกรเจ้าของสวนส้ม อยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปลูกส้มเลี้ยงครอบครัวมานานกว่า 20 ปี ผลผลิตที่ได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ต้องการของตลาด ลูกใหญ่ ผิวสวย รสชาติดี พ่อค้าแม่ค้ารับไปขายมีกำไรเพิ่ม เทคนิคปลูกส้มให้เป็นที่ต้องการของตลาด “น้ำดี ดินดี ปุ๋ยดี” ผลผลิตดี ขายได้ราคา เจ้าของสวนยิ้มได้ #ส้ม #สวนส้ม #ส้มเขียวหวาน
หลายคนคงจดจำความอร่อยของตำนาน “ส้มบางมด” ได้ขึ้นใจ ความจริง ส้มบางมดก็คือ ส้มเขียวหวาน อยู่ในตระกูลส้มแมนดาริน นิยมปลูกแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยอดีต มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ส้มกำนันจุล ส้มเพชรบูรณ์ ส้มสีทองจังหวัดน่าน ส้มศรีสัชนาลัย ส้มบางมด ส้มรังสิต ส้มกลุ่มนี้คือ ส้มเขียวหวานทั้งหมด แต่ปลูกในระดับอุณหภูมิที่ไม่เหมือนกัน ช่วงกลางคืนกับช่วงกลางวัน มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ประมาณ 14 องศาเซลเซียส ผลส้มจะสร้างสีที่เข้มขึ้น สังเกตส้มเขียวหวานที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือจะมีสีผิวเข้มกว่าส้มที่ปลูกทางตอนใต้ สาเหตุที่ต้นส้มที่ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ถูกเรียกว่า “ส้มเขียวหวาน” เพราะเป็นผลส้มแก่ที่มีเปลือกสีเขียวและมีรสหวาน เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางไม่มีความแตกต่างด้านอุณหภูมิ (ช่วงกลางวัน-กลางคืน ) เหมือนกับต้นส้มที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือนั่นเอง ส่วนส้มสายน้ำผึ้ง หรือ ส้มโชกุน ความจริง เป็นต้นส้มเขียวหวานที่กลายพันธุ์ไป เมื่อนำต้นส้มเขียวหวานไปปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ ผลส้มก็กลายเป็นสีเหลือง เมื่อนำต้นส้มไปปลูกที่หาดใหญ่ ชุมพร ซึ่งอุณหภูมิไม่ต่างกัน ผลส้มมีเปลือกเป็นสีเขียว ถูกเรียกว่า ส้มโ
ผู้เขียนมีโอกาสไปเที่ยวชมสวนส้มกาที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอทองผาภูมิ สวนส้มแห่งนี้ชื่อสวนลุงแกละ เจ้าของคือ “ลุงสมนึก ชูปัญญา” โทร. 089 -5094619 ความจริงลุงสมนึกเป็นอดีตเจ้าของสวนส้มบางมด ที่ยึดอาชีพปลูกส้มมาตั้งรุ่นคุณพ่อ ยาวนานกว่า 40 ปี แต่เจอวิกฤตน้ำเน่าเสียและโรคระบาดทำให้ต้นส้มตาย ลุงสมนึกจึงตัดสินใจมาซื้อที่ดินผืนใหม่ที่อำเภอทองผาภูมิเพื่อทำสวนปลูกผลไม้ตามคำแนะนำของเกษตรอำเภอ เพราะที่นี่ดินดี น้ำดี อากาศดี กว่าแหล่งอื่น สวนลุงแกละ มีเนื้อที่ประมาณ ในเนื้อที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผลไม้ที่เป็นพระเอกของสวนแห่งนี้ ที่ลุงภาคภูมิใจมากก็คือ ส้มกา คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นหูกับพันธุ์ส้มชนิดนี้ ความจริงส้มกาก็คือ ส้มเช้ง เป็นส้มเปลือกหนาอีกสายพันธุ์หนึ่ง ชาวสวนบางรายมักเรียก “ส้มตรา” หรือ “ส้มกา” ความจริงส้มกา มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเมืองจีน เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนตระกูลเดียวกันกับส้มทั่วๆ ไป คนจีนในสมัยก่อนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาหากินอยู่ในเมืองไทยก็ได้นำสายพันธุ์ส้มชนิดนี้เข้ามาปลูกด้วย โดยแหล่งใหญ่ที่ปลูกก็คื
อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนใต้สุดเมืองสยาม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง อุณหภูมิเย็นและมีหมอกเกือบตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นทำเลที่ดีของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในหลายรูปแบบ ทั้งพืชไร่และพืชสวน แม้กระทั่งการเลี้ยงสัตว์บางชนิด ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเบตง เช่น ไก่เบตง เป็นต้น คงไม่ต้องถามว่า มีพืชกี่ชนิดที่ปลูกและให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่อำเภอเบตง เพราะย้อนหลังไปหลายสิบปี “ส้ม” ก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นชื่อลือชาว่ามีแหล่งผลิตมากที่สุดอันดับต้นๆ และรสชาติดีไม่น้อยไปกว่า สวนส้มหลายแห่งในภาคเหนือของไทย เพราะความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ “ส้มโชกุน” ที่อำเภอเบตง มีความโดดเด่น คุณธรรมนูญ ชาญวิรวงศ์ ผู้ดูแลสวนส้มโชกุนสืบทอดต่อจากบิดา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มทำสวนส้มเป็นรายแรกๆ ของอำเภอ ให้การต้อนรับผู้เขียนเป็นอย่างดี และด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา ทางลาดชัน และดินที่สะสมความชื้นไว้มาก ทำให้การเดินทางเข้าไปยังสวนส้มค่อนข้างลำบาก แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนัก สวนส้มแปลงที่ 2 ก็อยู่ถัดจากสายตาไปเพียงนิดเดียว “พ่อผมเป็นคนเบตง แรกเริ่มทำสวนยางพารา แล้วก็เปลี่ยนเป็นทำสวนส้มเขียวหวาน แต่ทำได้เพียง 5-6
งานวิจัย “เกษตรแม่นยำ” สกว. พบทางเลือก ทางรอด จากโรครากเน่าของต้นส้ม เตรียมพัฒนาต่อยอด การเพิ่มผลผลิต การควบคุมคุณภาพ และลดต้นทุน ให้กับเกษตรกร ฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)ร่วมกับสำนักประสานงาน เครือข่ายวิจัยเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture Research Network Coordination Office) โดยศาสตราจารย์ ดร.อรรถชัย จินตเวช ได้จัดการประชุมประชุมเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนำใช้เกษตรแม่นยำ สกว. หรือ TRF-PA research, development and implementation ( TRF-PA ) ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุม นคร ณ ลำปาง ศูนย์วิจัยระบบทรัพยากร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11-12 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอและเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยในมิติต่างๆของระบบเกษตรกรแม่นยำและลดการใช้สารเคมี ในการสร้างต้นแบบการนำใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำสำหรับสวนส้มร่วมกับเจ้าของสวนที่เป็นเกษตรกรรายย่อย (Figure 1) โดยการประชุมดังกล่าวมีการนำเสนอผลการวิจัยด้านการจัดการโรคต้นโทรมของส้มเขียวหวานอย่างแม่นยำและยั่งยืนจังหวัดเขียงใหม่ โดย ศ.ดร.ชัยวัฒน์ โตอนันต์และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การพัฒนา
