สองไร่สโลว์ไลฟ์
คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม อดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด หากสนใจแนวคิดการทำเกษตรแบบ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” หรืออยากเข้าไปเยี่ยมชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เพจ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” หรือเบอร์โทรติดต่อ 0926957926 . #technologychaoban #เทคโนโลยีชาวบ้าน #สองไร่สโลว์ไลฟ์ #2ไร่สโลว์ไลฟ์ #สองไร่สโลว์ไลฟ์ฟาร์ม
LATEST NEWS
“ปลาพลวงชมพู” หรือ ปลากือเลาะห์ อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหินปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส พบเห็นในลำคลองธรรมชาติ ที่น้ำค่อนข้างเย็นไหลผ่าน มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตาปี ไปจนถึงมาเลเซีย จุดเด่น คือ มีเกล็ดสีชมพู เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ดซึ่งมีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวกระดูกอ่อน นำมาทอดเป็นข้าวเกรียบได้ เนื่องจากมีคอลลาเจนสูง เนื้อปลามีลักษณะนุ่มขาวเหมือนสำลี รสชาติหวาน อร่อย ไม่มีกลิ่นคาว แต่เนื่องจากปลาพลวงชมพูวางไข่น้อย เป็นปลาหายากในไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวณีย์ให้อนุรักษ์ปลาพันธุ์นี้และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา กรมประมง จึงได้ศึกษาวิจัยปลาพลวงชมพูมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 จนสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ และทางกรมประมงได้ผลักดันปลาพลวงชมพูให้เป็นปลาเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต่อไป คุณนันทภัค โพธิสาร นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒน
เมื่อเอ่ยถึงสินค้าเด่นของอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลายคนนึกถึงแต่ปลาสลิดบางบ่อ ความจริงแล้วยังมีพืชสมุนไพรทำเงินอีกชนิดที่เกษตรกรนิยมปลูกแบบอินทรีย์ ไร้สารเคมี บนคันบ่อปลา นั่นก็คือ “ข่าบางบ่อ” “ ปลูกข่าครั้งเดียวเก็บขายได้หลายปี ในอดีต เกษตรกรปลูกข่าเป็นอาชีพเสริมในพื้นที่ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากข่าบางบอมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและยา จึงเป็นสินค้าขายดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ทุกวันนี้เกษตรกรจึงหันมาปลูกข่าเป็นอาชีพหลัก โดยจะใช้หัวหรือเหง้าที่อยู่ใต้ดินในการเพาะปลูก ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลายปี ข่าเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ปลูกดูแลง่าย สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งปี ม.หัวเฉียววิจัยประโยชน์ของ “ข่า” เนื่องจากข่า เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยงานวิจัย พัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้ศึกษาความหลากหลายของชนิดและการใช้ประโยชน์ของข
จากกระแสที่ชาวจังหวัดพะเยาตื่นเต้นกับการจับกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งเครย์ฟิชได้ในกว๊านพะเยา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ รวมทั้งนักวิชาการด้านประมงชี้ว่า กุ้งชนิดนี้เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถรุกรานระบบนิเวศ หากมีการแพร่กระจายและตั้งประชากรได้ในธรรมชาติ เรื่องนี้อาจดูเป็นเพียงข่าวเล็ก ๆ ของสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง แต่กำลังสะท้อนปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ นั่นคือปัญหา “สัตว์ต่างถิ่น” ที่หลุดรอดหรือถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ล่าสุด จังหวัดพะเยาได้ติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุม พร้อมทั้งรณรงค์ไม่ให้ประชาชนนำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัจจุบัน สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ กรมประมงจัดให้กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ต้องควบคุม เนื่องจากมีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการแพร่กระจาย เช่น ปรับตัวเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย แข่งขันแย่งอาหารกับสัตว์น้ำชนิดอื่น และมีพฤติกรรมขุดโพรงตามคันบ่อและตลิ่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสี่ยงในการเป็นพาหะของโรคที่สำคัญต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เจ้ากุ้งชนิดนี้ ไม่ใช่กรณีแรกของโลก หลายประเทศเคยเผชิญปัญหาจากสัตว
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดบ้านโรงงานผลิตพืชแนวตั้งและโรงเรือนอัจฉริยะ ในกิจกรรม “NSTDA x Press Interviews: นวัตกรรม Plant Factory โรงเรือนอัจฉริยะ ยกระดับพืชสมุนไพรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง” ภายใต้แผนงาน S&T Implementation for Sustainable Thailand ในกลุ่มยุทธศาสตร์เร่งด่วน (Pre-Battle) เรื่อง การผลิตพืชผักสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เพื่อแสดงศักยภาพนวัตกรรมขั้นสูงในการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่สามารถกำหนดพฤติกรรมพืชให้สร้างสารสำคัญทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ตามต้องการ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังมุ่งประกาศความพร้อมของ สวทช. ในการทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนต้นน้ำ หนุนภาคเอกชนไทยพึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมย้ำ “เราไม่ได้ขายระบบโรงเรือน แต่เราเป็นเพื่อนคู่คิดทางเทคโนโลยี”.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญอยู่เสมอในการใช้พืชสมุนไพรแบบดั้งเดิม คือความไม่สม่ำเสมอของปริมาณสารสำคัญในแต่ละรอบการเก็บเกี่ยว ตลอดจนความเสี่ยง
