สะตอพันธุ์ข้าว
ตรัง ตะลึง สะตอข้าวอายุ 100 ปี “ฝักดก เม็ดใหญ่ ยาว” เป็นที่ต้องการตลาด เพียงต้นเดียวต่อปี สร้างเงิน 4 หมื่นบาท เจ้าของปลูกไว้ 4 ต้น การันตีพิสูจน์รสชาติ ดีกว่าทั่วไป ที่ “สวนตาจัน ต้นไม้พันปี” หมู่ที่ 2 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นายสถิตย์ รัมนา (ลุงหมี) อายุ 53 ปี ได้ว่าจ้างชาวบ้านให้ขึ้นปีนต้นสะตอข้าว อายุกว่า 100 ปี จำนวน 4 ต้น หลังได้กำหนดเวลาเก็บเกี่ยว เพื่อขายในราคาฝักละ 3.50-5 บาท โดยปีนี้แต่ละต้นจะติดฝักประมาณต้นละ 800-1,000 ฝัก ซึ่งน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาภัยแล้งกินเวลายาวนานกว่า 3 เดือน แต่ผลผลิตสะตอข้าว ยังคงคุณภาพดี ให้ฝักยาว เม็ดใหญ่เท่ากับเหรียญ 5 บาท ส่วนรสชาติ หอม มัน กลิ่นฉุนน้อยกว่าสะตอทั่วไป จนเจ้าของสวนกล้าการันตีว่า สะตอในตำบลช่อง อำเภอนาโยง ซึ่งไม่เฉพาะสวนของตัวเอง แต่ทั้งตำบล เป็นสะตอที่มีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร เพราะสภาพดินเดิมเป็นดินภูเขา ติดกับเทือกเขาบรรทัด ทำให้มีแร่ธาตุในดินและสารอาหารที่ครบถ้วน สะตอจึงมีความกรอบ ความมันและความขมอ่อนๆ จนมีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้ากันแบบปีต่อปีเลยทีเดียว สร้างรายได้ตั้งแต่ 30,000-40,000 บาทต่อปี ซึ่งสะตอข้าวที่
สร้างรายได้-ตลาดนิยม นายอรรถวุฒิ ขุนชำนาญ อายุ 59 ปี ชาวบ้านเกาะใหญ่ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตนปลูกสะตอไว้ประมาณ 10 ไร่ จำนวนกว่า 200 ต้น เป็นสะตอพันธุ์ข้าว ช่วงนี้สะตอกำลังออกฝักจึงเร่งเก็บขาย เนื่องจากตลาดต้องการเป็นอย่างมากเพราะใกล้ถึงเทศกาลเดือนสิบของชาวใต้ โดยมีแม่ค้าเข้ามาซื้อและเก็บเองถึงในสวน ราคารับซื้อฝักละ 4 บาท แต่ละวันจะเก็บได้ประมาณ 500 ฝัก รายได้จากการขายสะตอวันละประมาณ 2,000-3,000 บาท หากช่วงที่สะตอขาดแคลนจะขายฝักละ 10-12 บาท นายอรรถวุฒิ กล่าวอีกว่า สะตอเกาะใหญ่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างแพร่หลาย จังหวัดสงขลาได้ให้งบประมาณพัฒนาจังหวัดผ่าน อำเภอกระแสสินธุ์ เพื่อขยายพันธุ์สะตอเกาะใหญ่ ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกสะตอพันธุ์เกาะใหญ่รอบเกาะใหญ่ 5,000 ต้น ใช้พื้นที่ว่างบริเวณบ้านและรอบสวนในการปลูก เพื่อสร้างอาชีพเสริมให้กับชาวบ้าน ใช้เวลาปลูกราว 5 ปีจึงสามารถเริ่มให้ผลผลิตเก็บขายได้ โดยพื้นที่เกาะใหญ่เหมาะในการปลูกสะตอเป็นอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่น้ำทะเลล้อมรอบ ละอองน้ำจากทะเลทำให้สะตอไม่มีแมลงมารบกวน โดยเฉพาะหนอนเจาะฝัก ทำให้ได้รับความนิยมจากท้องตลา
