สะละ
บ้านหนองปลิง เป็นชุมชนเล็กๆ เดิมทีทุรกันดารเหมือนชนบทของไทยทั่วไป ต่อมามีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง รวมทั้งสาธารณูปโภคอื่นๆ คนท้องถิ่นเดิมเป็นเกษตรกร ขายเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ต่อมาได้เผยแพร่ความสวยงามทางธรรมชาติ สถานที่บางแห่งเกี่ยวข้องกับทางประวัติศาสตร์ ล่าสุดทางราชการสนับสนุนให้เป็นโอท็อปนวัตวิถี คนเริ่มรู้จักมากขึ้น บ้านหนองปลิง ตั้งอยู่ ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เกิดขึ้นได้ หัวแรงคนสำคัญคือ คุณอาทิตย์ มติธรรม เจ้าของสวนสะละรายใหญ่ 152 ไร่ และที่ขาดไม่ได้ คือผู้บริหารการท่องเที่ยวในท้องถิ่น จำนวน 9 คน ด้วยกัน คุณอาทิตย์ ในฐานะที่ปรึกษาชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถีบ้านหนองปลิง บอกว่า เส้นทางการท่องเที่ยว เริ่มต้นที่สวนสะละของตนเอง ที่นี่มีสะละให้ชิมฟรี จากนั้นออกเดินทาง ซึ่งมีรถไม้โบราณสวยคลาสสิคไว้บริการ กรณีที่เข้าเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ แต่หากอยากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็เดินทางสะดวก ทางเลือกหนึ่งนั้น ใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติ โดยนั่งซาเล้ง ก็มีบริการ “สวนผมอยู่ห่างจากสนามบิน 56 กิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านนาสาร 4 กิโล
คุณวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง ให้ข้อมูลว่า ตรัง เป็นจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยที่สำคัญ เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ อาหารที่อร่อยจากร้านค้าเจ้าดังหลายร้าน รวมไปถึงการทำเกษตรกรรมหลายอย่าง ที่สำคัญหลักๆ จะเป็นสวนยางพารา ประมาณ 1 ล้านกว่าไร่ รองลงมาเป็นการทำสวนปาล์มน้ำมัน และสวนไม้ผลที่เกษตรกรปลูกเพื่อจำหน่ายภายในจังหวัด ต่อมาเมื่อผลผลิตของยางพาราที่จำหน่ายได้มีราคาลดลง ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดจึงได้มีการเข้ามาดูแลเกษตรกรและส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสานมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้จากช่องทางอื่น ที่ไม่ใช่จากการผลิตยางพาราเพียงอย่างเดียว ซึ่งการส่งเสริมในเรื่องของการปลูกพืชให้หลากหลายนั้น ได้มีการแนะนำให้เกษตรกรไม่ทำเกษตรเชิงเดียวเพียงอย่างเดียว แต่มีการปลูกพืชหลายชนิดเพิ่มขึ้น เช่น การปลูกกล้วย สับปะรด และพืชผักสวนครัวอื่นๆ ภายในสวนยางพาราเพื่อให้มีรายได้ช่องทางอื่นในการสร้างรายได้ และเกษตรกรบางรายได้มีการเรียนรู้ในเรื่องของการปลูกสะละที่มีคุณภาพดีจนสามารถสร้างรายได้เสริมควบคู่ไปกับการทำสวนยางพาราได้เป็นอย่างดี “เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เกษตรกรเริ่มมีการปรับตัวมากขึ้น ม
คุณธานินทร์ ใจห้าว อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 14 ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเกษตรกรที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาปลูกไม้ผล ซึ่งสะละเป็นอีกหนึ่งพืชที่ให้ผลผลิตทำรายได้ให้กับเขาได้ดีทีเดียว โดยบำรุงรักษาต้นให้มีความสมบูรณ์ ส่งผลให้สะละที่ปลูกมีผลผลิตจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งทำสินค้าให้มีคุณภาพจำหน่ายได้ราคาอีกด้วย คุณธานินทร์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นเป็นพนักงานบริษัทอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ด้วยมีเหตุทำให้ต้องกลับมาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ยึดการทำสวนเป็นอาชีพให้กับตนเองในขณะนั้น เพราะวิชาความรู้ทางด้านการเกษตรเห็นมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเด็ก เพราะครอบครัวมีอาชีพทางการเกษตรอยู่แล้ว จึงทำให้ความรู้ทางการปลูกพืชอยู่ในสายเลือดก็ว่าได้ เมื่อมีโอกาสจึงได้มาสานงานต่อและยึดเป็นอาชีพหลักต่อไป “ช่วงที่มาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เราก็ทำสวนทั่วไป ตอนมาเลยคิดว่าไม่น่าจะทำพืชเชิงเดี่ยวมากเกินไป ประมาณปี 2539 จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาทำสวนสะละ โดยหาซื้อพันธุ์จากแหล่งที่มีคุณภาพ พันธุ์หลักๆ ก็จะมีสะละพันธุ์เนินวง พันธุ์สุมาลี ซึ่งพันธุ์เนินวงก็จะเป็นผลผลิตหลักที่ขาย จากวั
สะละ เป็นผลไม้ที่รสชาติอร่อย หอม หวาน น้อยคนนักที่จะไม่ชอบรับประทานสะละ เพียงแต่การรับประทานค่อนข้างจะลำบาก เพราะหนามแหลมของผลสะละ ทำให้การแกะเปลือกออกรับประทานค่อนข้างลำบาก จึงมีผู้นำไปแปรรูปเป็นสะละลอยแก้ว สะละแช่อิ่ม เพื่อรับประทานได้ง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ให้รับประทานกันได้ทั่วถึง สะละ เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ในเกือบทุกพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่จะปลูกกันในเขตภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2559 พบว่า มีการปลูกสะละในจังหวัดจันทบุรี รวมพื้นที่ประมาณ 10,325 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว 9,483 ไร่ ผลผลิตประมาณ 1,087 กิโลกรัม ต่อไร่ ต่อปี (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2560) ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายในรูปผลผลิตสด ซึ่งมีทั้งการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ ตลาดส่งออกหลัก คือ ประเทศญี่ปุ่น สะละที่ออกสู่ตลาดผู้บริโภคในประเทศส่วนใหญ่ เป็นการจำหน่ายในรูปแบบของสะละผลสด โดยจำหน่ายในรูปแบบช่อและผลสะละร่วง สำหรับการแปรรูปส่วนใหญ่เป็นการทำสะละลอยแก้ว และสะละแช่อิ่ม สำหรับตลาดต่างประเทศจะส่งเป็นสะละผลเดี่ยว ซึ่งผู้บริโภคต้องการในรูปแบบของสะละไ
อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากทำไร่ ทำนาแล้ว ยังมีการปลูกสะละพันธุ์จากประเทศอินโดนีเซีย รู้จักกันดีทางภาคใต้ว่า สะละน้ำผึ้ง แม่เปิ้ล-พ่อเจริญ ศรีหาญ อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 1 บ้านโนนมาลี ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โทร.097-234-8433 เป็นเกษตรกรผู้ปลูกสะละน้ำผึ้งได้ผลดี แม่เปิ้ล เล่าวิธีการปลูกให้ฟังงว่า ขุดหลุมกว้าง ยาว ลึก 50 เซนติเมตร ผสมดินปลูกปุ๋ยอินทรีย์ : ดินร่วน อัตราส่วน 3 : 1 ปลูก 1 ต้น มีการแตกหน่อ ให้ไว้ไม่เกิน 4 ต้น ระยะปลูก 2.50×2.50 เมตร ได้ประมาณ 256 ต้น/ไร่ ระยะเวลา 3 ปี ได้ผลผลิต 40-50 กิโลกรัม/ต้น หน้าสวนราคา 100 บาท/กิโลกรัม สะละ 1 ต้น ทำเงิน 4,000-5,000 บาท มากกว่าทำนาข้าว 1 ไร่ สะละเป็นพืชต้องการความชื้นสูง ห้ามขาดน้ำ สะละ อำเภอหนองพอก ออกดอกประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคม จะสุกแก่ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ช่วงสะละสุกแก่ เดินทางเข้าในสวนหอมกรุ่นตลอดสวน รสชาติ “สะละ” อำเภอหนองพอก อร่อย หอม หวาน ชุ่มฉ่ำ ปัจจุบัน สวนแม่เปิ้ลเพาะกล้าสะละจำหน่าย ราคามิตรภาพ มั่นใจเชื่อถือได้ ติดต่อได้ ไปท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม วัดป่าผาน้ำทิพย์ นมัสการพระบรมสารีร
เกษตรกรสุราษฎร์ แหกกฎปลูกสะละที่เมืองเงาะ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการขยายพื้นที่ปลูกขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกสะละมากกว่า 152 ไร่ ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณอาทิตย์ มติธรรม เจ้าพ่อแห่งวงการสะละแดนใต้ อยู่ที่ตำบลคลองปราบ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แหกกฎธรรมชาติปลูกสะละที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนสำเร็จ ใช้เวลาศึกษาปรับปรุงพื้นดินให้เหมาะสมจนสำเร็จมานานกว่า 25 ปี ขยายพื้นที่ปลูกมาเรื่อยๆ ปัจจุบันปลูกสะละทั้งหมด 152 ไร่ แบ่งปลูกเป็น 3 สายพันธุ์ เนินวง สุมาลี และ อ้อล้อ ที่เป็นสายพันธุ์ที่ผสมพันธุ์เอง เนินวงเป็นพันธุ์ขายสดที่ตลาดต้องการมากที่สุด แปรรูปคือสุมาลี ส่วนอ้อล้ออยู่ในช่วงขยายพันธุ์ มีเพียง 100 กว่าต้น มีการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ใช้ธรรมชาติกำจัดธรรมชาติ มีการตลาดที่ทันสมัย ปรับกลยุทธ์การตลาดอยู่ตลอดเวลา มีผลผลิตคุณภาพ ออกขายตลอดทั้งปี การตลาดไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง พลิกผืนดินเมืองเงาะปลูกสะละ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพียงเรียนรู้เข้าใจธรรมชาติที่สะละต้องการ เจ้าของบอกว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองเงาะไม่ใช่เมืองสะละ อันดับแรกต้องมีคือความกล้า กล้าที่จะเปลี่ยน
คุณเสาวณีย์ ขาวเสน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เกษตรกรนิยมทำสวนปาล์มน้ำมันจำนวนมาก และสวนยางพาราเป็นอีกพืชที่ทำกันมาอย่างยาวนานส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ต่อมาระยะหลังๆ เศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวพืชผลทางการเกษตรบางชนิดมีราคาจำหน่ายได้ไม่ดีนัก จึงส่งผลให้ทางหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการทำเกษตรแนวใหม่ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่มีการทำเกษตรที่ผสมผสานมากขึ้น เช่น การปลูกพืชแซมและปรับเปลี่ยนพื้นที่มาทำเกษตรให้หลากหลาย โดยไม่ปลูกพืชเชิงเดียวเหมือนในอดีตที่ผ่านมา “ทุกวันนี้เกษตรกรเริ่มมีการตื่นตัวกันมากขึ้น ในเรื่องของการทำเกษตรผสมผสาน โดยมาปลูกพืชแซมบ้าง เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การปลูกไม้ผลแซมสวนยางพารา และเกษตรกรบางรายก็จะค่อยๆ มีการปรับพื้นที่มาปลูกไม้ผล สามารถทำรายได้ค่อนข้างดี จากการปรับเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมเรื่องการรวมกลุ่ม รวมการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ และสุดท้ายร่วมกันทำตลาด ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร สามารถทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไปได้” คุณเสาวณีย์ กล่าว คุณธานินทร์ ใจ
คุณกอนี วิจารณ์ เจ้าของสวนสะละบ้านทุ่งเหรียง หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บอกว่า ปลูกสะละมาเกือบ 6 ปี ขณะนี้สะละแต่ละกอได้แตกกอ ขยายตัวออก บางกอประมาณ 7 ต้น และรวมแล้วเป็น 1,000 ต้น จากพื้นที่ จำนวน 3 ไร่ โดยบางต้นจะให้ผลผลิตที่ต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 8 ทะลาย ถึง 15 ทะลาย และ 1 ทะลาย มีผลผลิตประมาณ 1 กิโลกรัม “เฉลี่ยจะให้ผลผลิตภาพรวมประมาณกว่า 80 กิโลกรัม/ต้น/ปี โดยราคาค้าส่ง 40 บาท/กิโลกรัม ค้าปลีก 50 บาท/กิโลกรัม สำหรับของคุณกอนี จากจำนวน 1,000 ต้น จะมีรายได้ที่ดีต่อปี” ปลูกสะละสายพันธุ์อินโดฯ 200 ต้น ขณะนี้ราคาประมาณ 100 บาท/กิโลกรัม สายพันธุ์เนินวง 800 ต้น ราคา 50 บาท/กิโลกรัม และสายพันธุ์สุมาลี ราคา 70 บาท/กิโลกรัม และมีอยู่จำนวนหนึ่งทางด้านราคาได้ยืนระดับนี้มาตลอด และจะมีพ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อถึงหน้าสวน นอกนั้นขายปลีกในพื้นที่ คุณกอนี วิจารณ์ ยังบอกอีกว่า เริ่มแรกได้ลงทุนซื้อต้นพันธุ์ ต้นละ 1,200 บาท ซึ่งปัจจุบันราคาได้ทยอยลดลง มาอยู่ที่ 350 บาท และในส่วนยุคเริ่มแรกการปลูกสะละที่จังหวัดพัทลุง ราคาต้นพันธุ์ ประมาณ 5,000 บาท “ขณะนี้ จังหวัดพัทลุง ที่ได้โค่นยางพารา
สะละ พัทลุง ขยายตัวได้ 5 หมื่นไร่ ด.ต. ชนาธิป คงใหม่ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์สะละบ้านเขาปู่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง บอกว่า ที่พื้นที่อำเภอศรีบรรพต เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ริมเทือกเขาบรรทัด อาชีพเกษตรกรรมส่วนใหญ่ปลูกยางพารา สวนไม้ผล ซึ่งในช่วงที่ยางพารามีราคาที่ตกต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อเป็นการแก้ปัญหา ตนจึงได้ตั้งกลุ่มปลูกสะละแซมในสวนยางพาราขึ้น ขณะนี้มีสมาชิก 18 คน มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 80 ไร่ โดยสะละที่ปลูกประกอบด้วย พันธุ์สุมาลี พันธุ์เนินวง และพันธุ์อินโด ส่วนผลผลิตของสะละนั้น ส่วนใหญ่จะจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง สงขลา และประเทศมาเลเซีย จนบางครั้งผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ขณะนี้มีเกษตรกรเข้ามาร่วมโครงการปลูกสะละหลายรายแล้ว ทำให้พื้นที่การปลูกสะละพันธุ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจากการที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรยั่งยืนนั้น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและแปรรูปสะละบ้านเขาปู่ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากโ
เป็นสะละพันธุ์ใหม่ล่าสุดของไทย มีลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวสีเขียวอมเหลือง ใบกว้าง ปลายใบสั้นกว่าสะละเนินวง หนามอ่อนมีสีส้มอ่อน ช่อดอกใหญ่ ยาว ติดผลง่าย ผลป้อมสั้น สีเปลือกเนื้อคล้ายสะละเนินวง ให้เนื้อหนา แต่บางกว่าสะละเนินวง มีรสหวาน กลิ่นหอมเฉพาะ เมล็ดมีขนาดเล็กเหมือนสะละเนินวง ทนต่อสภาพแสงแดดจัด และแห้งแล้งได้ดีกว่าสะละเนินวง
