สะละเนินวง
คุณกอนี วิจารณ์ เจ้าของสวนสะละบ้านทุ่งเหรียง หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง บอกว่า ปลูกสะละมาเกือบ 6 ปี ขณะนี้สะละแต่ละกอได้แตกกอ ขยายตัวออก บางกอประมาณ 7 ต้น และรวมแล้วเป็น 1,000 ต้น จากพื้นที่ จำนวน 3 ไร่ โดยบางต้นจะให้ผลผลิตที่ต่างกัน มีตั้งแต่ระดับ 8 ทะลาย ถึง 15 ทะลาย และ 1 ทะลาย มีผลผลิตประมาณ 1 กิโลกรัม “เฉลี่ยจะให้ผลผลิตภาพรวมประมาณกว่า 80 กิโลกรัม/ต้น/ปี โดยราคาค้าส่ง 40 บาท/กิโลกรัม ค้าปลีก 50 บาท/กิโลกรัม สำหรับของคุณกอนี จากจำนวน 1,000 ต้น จะมีรายได้ที่ดีต่อปี” ปลูกสะละสายพันธุ์อินโดฯ 200 ต้น ขณะนี้ราคาประมาณ 100 บาท/กิโลกรัม สายพันธุ์เนินวง 800 ต้น ราคา 50 บาท/กิโลกรัม และสายพันธุ์สุมาลี ราคา 70 บาท/กิโลกรัม และมีอยู่จำนวนหนึ่งทางด้านราคาได้ยืนระดับนี้มาตลอด และจะมีพ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อถึงหน้าสวน นอกนั้นขายปลีกในพื้นที่ คุณกอนี วิจารณ์ ยังบอกอีกว่า เริ่มแรกได้ลงทุนซื้อต้นพันธุ์ ต้นละ 1,200 บาท ซึ่งปัจจุบันราคาได้ทยอยลดลง มาอยู่ที่ 350 บาท และในส่วนยุคเริ่มแรกการปลูกสะละที่จังหวัดพัทลุง ราคาต้นพันธุ์ ประมาณ 5,000 บาท “ขณะนี้ จังหวัดพัทลุง ที่ได้โค่นยางพารา
เป็นพันธุ์สะละที่นิยมปลูกมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี มีประวัติปลูกกันมานาน 100 กว่าปีแล้ว โดยผู้ปลูกคนแรก ชื่อ นางมิ ที่ได้นำเมล็ดมาจากกรุงเทพฯ (คาดว่าเป็นสะละหม้อ) สะละเนินวงมีลำต้นอยู่ใต้ดินหรือโผล่ขึ้นบนผิวดินเล็กน้อยที่หุ้มด้วยกาบใบ การกระจายพันธุ์มีลักษณะขึ้นเป็นกอกระจายตัวไม่แน่น (คล้ายระกำ) ใบยาว และอ่อนลู่มากกว่าระกำ แต่มีรูปร่างคล้ายกัน ออกผลเป็นทะลาย หนึ่งทะลายมี 3-7 กระปุก ผลอ่อนมีสีนํ้าตาลไหม้ เมื่อสุกสีนํ้าตาลแดงเข้ม ผลรูปทรงยาวจากหัวท้าย คล้ายกระสวย เปลือกมีลักษณะเป็นเกล็ดเรียงซ้อนกัน ปกคลุมด้วยหนาม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล ผลหนึ่งมี 1-3 กลีบ เมื่อดิบมีรสฝาดและเปรี้ยวเช่นเดียวกับระกำ เมื่อสุกจะให้รสหวานฉํ่า และเข้มข้นมากกว่าระกำ เนื้อแน่น หนา กลิ่นหอม เมล็ดมีขนาดเล็ก เติบโตได้ทั้งในที่ดอนและที่ลุ่ม แต่ปลูกในที่ลุ่มให้ผลผลิตดีกว่า ผลสะละเนินวงมีระยะการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เริ่มระยะติดผลรุ่นแรกจะใช้เวลาประมาณ 9-10 เดือน การเจริญเติบโตของผลในช่วง 1-5 เดือน ค่อนข้างช้ามาก เมื่อเข้าเดือนที่ 6 ผลเริ่มมีการข
