สัตว์ปีก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั้งสัตว์ปีกและสัตว์สวยงามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ไม่เพียงเพื่อความสวยงามหรือความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าและความผูกพันในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยงขยายตัวจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับข้ามจังหวัดและทั่วประเทศ เมื่อฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ การขนส่งจึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจุบันการเดินทางไปรับสัตว์ด้วยตนเองไม่ใช่ทางเลือกหลักอีกต่อไป เพราะมีบริการขนส่งสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ สามารถดูแลสัตว์ตลอดการเดินทาง ทำให้การซื้อขายสัตว์จากต่างพื้นที่เป็นเรื่องสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น คุณภาสกร เถือนชะนาด ชาวจังหวัดมหาสารคาม เป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสจากการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง และพัฒนาการขนส่งสัตว์ให้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างจริงจัง เดิมประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป ก่อนจะได้รับคำแนะนำจากญาติให้เข้ามาลองให้บริการด้านการขนส่งสัตว์ เมื่อได้สัมผัสการทำงานจริง พบว่ามีความต้อง
ขึ้นชื่อว่า “หงส์” ความรู้สึกสง่างาม ทรงพลัง มีอำนาจในการต่อรอง ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับความเชื่อของชาวจีนด้วยแล้ว หงส์ จัดเป็นสัตว์สิริมงคลและศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์และความอบอุ่นสำหรับฤดูร้อน และฤดูเก็บเกี่ยวพืชไร่ ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งคุณงามความดี แต่หงส์ที่กำลังจะกล่าวถึงในที่นี้ อาจต้องพิเคราะห์อีกครั้งว่า จะมีนัยหรือความหมายตามความเชื่อของชาวจีนหรือไม่ เพราะสีขนของหงส์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ จึงเรียกกันว่า “หงส์ดำ” บางท่านอาจเคยเห็นแต่หงส์ขาว หงส์ที่มีขนสีขาวตลอดทั้งตัว คราวนี้ หงส์ขาวละไว้ก่อน ขอยกหงส์ดำ หงส์ที่มีขนสีดำตลอดทั้งตัวขึ้นมาแทน อันที่จริง มีหงส์ที่ขนตลอดลำตัวสีขาว ส่วนขนช่วงลำคอกลับเป็นสีดำ ด้วย แต่ก็ขอกล่าวถึงเฉพาะ “หงส์ดำ” เพียงชนิดเดียวก่อน หงส์ดำ (Black Swan) เป็นสัตว์สวยงามชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Cygnus atratus” เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย เป็นสัตว์ปีกที่มีความสง่างาม เวลาว่ายน้ำลำคอจะโค้งเป็นรูปตัวเอส มีลำคอที่ยาวระหง มีขนสีดำตลอดลำตัว มีขนสีขาวแซมอยู่เล็กน้อยบริเวณปีก ลูกตามีสีแดง ที่ปากจะมีสีแดงสดและมีแถบขาวตรงปลายปาก ธรรมช
ชมรมไก่แจ้ทวารวดี เป็นชมรมไก่แจ้ที่รวมเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของ คนเลี้ยงไก่แจ้สวยงามทุกเพศ ทุกวัย และสมาชิกคนรักไก่แจ้ รวมถึงผู้เลี้ยงไก่แจ้ในหลายจังหวัด โดยมีคุณธรรมรัตน์ สมเสร็จ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปีเศษ เป็นประธานชมรม ทั้งยังก่อตั้งฟาร์มเล็กๆ ที่รวบรวมสายพันธุ์มาตรฐานไก่แจ้ขึ้น ใช้ชื่อว่า ไก่แจ้ “น้ำพักน้ำแรง” บ้านคุณธรรมรัตน์ เพื่อเพาะและขยายพันธุ์ไก่แจ้ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น คุณธรรมรัตน์ บอกว่า ปัจจุบันไก่แจ้ ถูกจัดให้เป็นไก่สวยงาม เมื่อมีเวทีประกวดจะดูที่ความสวยงามเป็นหลัก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปร่างลักษณะแล้ว ไก่แจ้สายพันธุ์ต่างประเทศจะได้เปรียบ เพราะมีคุณลักษณะที่สวยงามกว่า ส่วนไก่แจ้สายพันธุ์ไทย จะได้เปรียบเรื่องของสีสัน เพราะความชอบเลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรกในวัยเยาว์ ไก่แจ้ นก และปลา จึงเป็นสัตว์ที่คุณธรรมรัตน์เลือกมาเลี้ยงและให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีขนาดเล็ก จับต้องได้ โดยก่อนหันมามุ่งมั่นกับการขยายพันธุ์ไก่แจ้อย่างจริงจัง คุณธรรมรัตน์มีไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้ดูเล่นหลายร้อยตัว กระทั่งปี 2540 ถูกชักชวนให้เข้าวางการไก่แจ้ เริ่มจากการเป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์ไก่แจ้แห่งประเทศไทย
มีโอกาสได้จับเข่านั่งคุยกับ คุณกิตติชัย ไกลถิ่น ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์ไก่ซารามอประเทศไทย ถึงการเลี้ยงไก่ซารามอ ความนิยม การเพาะพันธุ์ การจัดการประกวด และอื่นๆ อีกมาก ทำให้ได้ทราบว่า ไก่ซารามอ เข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเลี้ยงแล้วจะเพาะให้ได้ไก่ซารามอสวยๆ ทำได้ยาก แม้จะมีการจัดประกวดไก่ซารามอขึ้นทุกปี แต่ก็มีคนเลี้ยงหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาน้อย ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงไก่ซารามาในประเทศไทยกว่า 50 ราย และมีผู้เลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ไก่ซารามอ มีถิ่นกำเนิดในรัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย และเป็นไก่สายพันธุ์พื้นเมืองของรัฐกลันตัน มีลักษณะประจำตัวที่แปลกไม่เหมือนใคร เพราะมีหน้าอกตั้งสูง คล้ายกับทหารยืนตรง น้ำหนักของไก่ซารามอเมื่อโตเต็มที่ 250-500 กรัม ต่อตัวเท่านั้น จึงให้คำนิยามว่า เป็นไก่ขนาดเล็กที่สุดในโลก คุณกิตติชัย เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงไก่ซารามอว่า เขาชอบไก่มาตั้งแต่เล็ก เมื่ออยู่ประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ซื้อลูกเจี๊ยบที่ถูกพ่นสีมาเลี้ยง เมื่อไก่โตขึ้นเป็นไก่เนื้อ จึงนำไปขาย เห็นว่าการเลี้ยงไก่ก็ทำเงินได้ จึงคิดซื้อไก่ขนาดเล็กมาเลี้ยง เพราะไม่ต้องการให้ไก่โต ได้
ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นศูนย์วิจัยเฉพาะสัตว์ที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์ปีกทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไก่ สายพันธุ์ห่าน หรือแม้แต่สายพันธุ์เป็ด ฯลฯ ซึ่งทางศูนย์วิจัยฯ ได้มีการนำสัตว์ปีกมาพัฒนาสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ โดยสัตว์ที่ทำการพัฒนาพันธุ์ทั้งหมดนั้นต้องตอบโจทย์ให้กับเกษตรกร คือต้านทานโรค เจริญเติบโตได้ดี ผลผลิตมีคุณภาพ และที่สำคัญสามารถเลี้ยงได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งสัตว์ปีกที่ได้รับความนิยมของศูนย์วิจัยฯ แห่งนี้ นอกจากจะเป็นไก่เหลืองหางขาวแล้ว สายพันธุ์เป็ดไข่ก็เป็นสัตว์ปีกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงให้ความไว้วางใจและติดต่อขอซื้อสายพันธุ์เป็ดไข่ต่างๆ เพื่อนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์วิจัยฯ มีพันธุ์เป็ดที่ได้ทำการอนุรักษ์ไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สายพันธุ์เป็ดเนื้อ โดยจะเป็นเป็ดเทศกบินทร์บุรีที่มีตัวสีขาว ลักษณะรอบใบหน้ามีสีแดง ซึ่งเมื่อนำไปเลี้ยงจะเป็นเป็ดที่เจริญเติบโตได้เร็ว ให้เ
จังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากรทางธรรมชาติสูง มีความโดดเด่นเรื่องของพรรณไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง แต่ที่อำเภอตาคลี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ค่อนมาด้านล่างของจังหวัด นอกจากจะมีความสมบูรณ์ในมุมของทรัพยากรธรรมชาติแล้ว เกษตรกรบางส่วนก็เลี้ยงสัตว์ไป สัตว์สวยงามก็มีอยู่ในพื้นที่ เช่น อำเภอตาคลีที่เอ่ยถึง มีเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกสวยงาม อยู่ในพื้นที่ คุณวิโรจน์ ทิตา หนุ่มโรงงานที่ผันตัวมาเลี้ยงไก่สวยงามหาเลี้ยงครอบครัว และเป็นทิศทางที่สร้างรายได้ดี ปัจจุบันเลี้ยงไก่สวยงามมาแล้วเข้าปีที่ 3 คุณวิโรจน์ เล่าว่า เริ่มทำงานก็เป็นพนักงานโรงงานมาตลอด กระทั่งปี 2559 เห็นว่า ไก่สวยงามหลายชนิดกำลังมาแรง ราคาไก่สวยงามที่ซื้อขายกันทั่วไปมีราคาสูง ประกอบกับพื้นฐานเดิมเคยเลี้ยงไก่ชน ไก่พื้นบ้าน และชอบสัตว์ปีกมาโดยตลอด จึงตัดสินใจนำเงินลงทุนซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่สวยงาม มา 2 คู่ ในราคาคู่ละ 5,000 บาท “ตอนแรกผมคิดเลยครับว่า ต้องซื้อมาเพาะ เพื่อขายลูกเจี๊ยบ เห็นราคาซื้อขายลูกเจี๊ยบสูง ถึงจะต้องลงทุนมาก แต่ประสบการณ์ที่พอมีก็คิดว่าการเลี้ยงไก่ไม่ได้ยาก ไก่ชนิดไหนก็น่าจะมีความคล
คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เงินเป็นค่าใช้จ่าย จึงเริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งหาสัตว์ปีกชนิดอื่นมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านอีกด้วย “ช่วงแรกผมเลี้ยงไก่ต๊อก ควบคู่ไปกับทำงานประจำ มาเลี้ยงสัตว์อย่างเต็มตัว ช่วงนั้นไก่ต๊อกผมหาซื้อมาเลี้ยงประมาณ 5 คู่ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เริ่มสนใจไก่ชนิดอื่นด้วยก็หาซื้อมาเลี้ยง พอทำแล้วเริ่มรู้สึกสนุก มันมีอิสระในการทำ ก็ลาออกจากงานออฟฟิศมาเลี้ยงไก่อยู่ที่บ้านอย่างเต็มตัว” คุณพณิชย์ เล่าถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อนให้ฟัง สาเหตุที่เลือกทดลองเลี้ยงไก่ต๊อกในช่วงแรก
น.สพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการด้านสัตว์ปีกระดับนานาชาติ The 21st World Veterinary Poultry Association Congress (WVPAC 2019) จัดโดย สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก ร่วมกับ The World Veterinary Poultry Association ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2562 ภายใต้แนวคิด Poultry : The value protein for one’s health มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร หลักการในการดูแลสุขภาพสัตว์ปีก และความมั่นคงทางชีวภาพ พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะองค์กรผู้สนับสนุนงานดังกล่าว โดยมี น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านบริการวิชาการสัตว์ปีกและศูนย์วินิจฉัยโรคสัตว์ปีก ซีพีเอฟ เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ยังได้นำผลงานทางวิชาการ การพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อในเป็ด DUCK TEMBUSU virus (DTMUV) มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ณ ห้องประชุม ภิรัชฮอล
ในช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงมักมีสุขภาพอ่อนแอ และอาจไวต่อการติดเชื้อโรคระบาดได้ง่าย กรมปศุสัตว์จึงมีคำแนะนำในการดูแลและป้องกันโรคให้แก่สัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรจัดเตรียม น้ำ อาหาร พร้อมอาหารเสริมประเภทวิตามิน ให้สัตว์เลี้ยงกินรวมทั้งทำวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝน สัตว์เลี้ยงมักมีปัญหาเรื่องโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอดเมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้จะกินแต่ฟาง หรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อยอีกด้วย ส่วน สุกร ต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์อาร์เอส โดยมักแสดงอาการผิดปกติที่เกษตรกรสามารถสังเกตได้คือ ซึม เบื่ออาหาร หากเป็น โค-กระบือ จะมีขี้ตา หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอหรือจาม หรือท้องเสีย และอาจมีอาการแท้งลูกได้ ส่วนสัตว์เคี้ยวเอื้องในเบื้องต้นมักจะไม่มีการเคี้ยวเอื้อง จมูกเปียกแฉะหรือแห้งผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หนังไม่สั่นไล่
ในวันนี้สำหรับไก่งวงแล้ว ถือได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานเป็นอย่างมาก สังเกตุได้จากปัจจุบันได้มีฟาร์มเพาะเลี้ยงไก่งวงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด และเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนไก่งวงกันมาอย่างต่อเนื่อง เบญจพรศิริฟาร์ม ที่มีคุณเบญจพร เบญจพรศิริ เป็นเจ้าของ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 119 หมู่ 5 ต.โพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 08-0460-8969,08-6857-2747 เป็นหนึ่งในฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงไก่งวงรายใหญ่ โดยปัจจุบันมีไก่งวงที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มมากว่า 1,000 ตัว ด้วยความทุ่มเทของผู้เป็นเจ้าของและครอบครัว ในการพัฒนาการเลี้ยงการจัดการฟาร์ม พัฒนาด้านสายพันธุ์ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ฟาร์มแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากกรมปศุสัตว์ให้เข้ารับรางวัลชนะเลิศระดับเขต และเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกร สำหรับกาเรลี้ยงไก่งวงนั้น เบญจพรศิริฟาร์ม ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เริ่มต้นการทำฟาร์มในปี 2524 ซึ่งขณะนั้นได้ทำฟาร์มในลักษณะของเกษตรผสมผสาน กอปรไปด้วยกิจกรรมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างหลากหลายชนิด “ในช่วงแรกนั้นสัตว์ที่สร้างรายได้ให้มากที่สุดคือ การเลี้ยงหม
