สายพันธุ์กล้วย
“รสชาติไทย” คลังความรู้ดิจิทัลด้านอาหารและวัฒนธรรมอาหารไทย โดยมูลนิธิเชฟแคร์ส จัดงาน Banana Party ขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) ถนนไมตรีจิตต์ ย่านหัวลำโพง กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำโครงการผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทันสมัยและสวยงาม ในรูปแบบที่คนทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ โดยใช้กล้วย ผลไม้ที่เข้าถึงง่ายและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่ยังมีความน่าสนใจอีกมากที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของผืนแผ่นดินไทย “Banana Party เป็นตัวอย่างของงานที่เราต้องการจัดขึ้น เพื่อนำเสนอความหลากหลายทางพันธุกรรมของวัตถุดิบไทยที่ส่งผลถึงความหลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารของไทย โดยการนำเสนอครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรสชาติไทยที่เราต้องการเป็นคลังความรู้ดิจิทัลด้านอาหารและภูมิปัญญา รวมถึงพืชพรรณธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ของไทย โดยงานนี้เราต้องการนำเสนอกล้วย พืชใกล้ตัวของคนไทยในเชิงลึก เพื่อจุดประกายความสนใจให้ผู้คนหันมามองวัตถุดิบไทยให้ลึกกว่าที่เห็น” นางมาริษา เจียรวนนท์ ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเชฟแค
ที่ผ่านมาเรารู้จักกล้วยกันมากแค่ไหน นอกจากกล้วยที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน อย่างกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่แล้ว รู้หรือไม่ว่าโลกเรายังมีกล้วยอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่เราไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักอีกมากกว่า 3,000 ชนิด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวบรวมสายพันธุ์กล้วยแปลก กว่า 9 สายพันธุ์มาฝาก มีทั้งปลูกไว้เพื่อบริโภค ปลูกไว้ประดับสวยงาม หรือจะปลูกขายสร้างรายได้งาม อ่านข่าวเนื้อหาไกล้เคียง : มะม่วงโบราณ 9 สายพันธุ์ ไม้ผลทำเงิน อ่านข่าวเนื้อหาไกล้เคียง : 5 สายพันธุ์เป็ดไข่ ที่นิยมเลี้ยง เก็บไข่ขายได้ทุกวัน 1.กล้วยรัตกัทลี ชื่อท้องถิ่น รัตกัทลี, กล้วยกัทลีสีส้ม, กล้วยกัทลี, Red dwarf banana, scarlet banana ลักษณะลำต้น : ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเทียมน้อยกว่า 15 เซนติเมตร การแตกหน่อถี่ ลำต้นสีเขียวปนเหลืองมีประดำบนลำต้นมาก ไม่มีนวล บริเวณโคนต้นสีเขียว ใบ : ขอบก้านใบตั้งขึ้นไม่มีสีชมพู เส้นกลางใบสีเขียว บริเวณโคนก้านใบมีปีก บริเวณฐานใบไม่เท่ากัน ก้านช่อดอก : ก้านช่อดอกไม่โผล่ออกมานอกกาบปลี ช่อดอกหรือปลี รูปไข่ชี้ตั้งขึ้นสีแดง ลักษณะของใบประดับ : ปลายใบประดับมน ขอบใบปร
กรมวิชาการเกษตร ตามหาพันธุ์กล้วยโบราณ 12 ชนิด สนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ล่าสุดพบแล้ว 6 ชนิด ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และกล้วยพันธุ์หายากอื่นๆ อีก 30 ชนิด พร้อมจัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์กล้วยพื้นเมืองภาคใต้ตามพระราชดำริ บนพื้นที่ 2.1 ไร่ และอยู่ระหว่างจำแนกและตรวจวิเคราะห์ลายพิมพ์ DNA เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริขอให้รวบรวมพันธุ์กล้วยหายากตามรายชื่อพันธุ์กล้วยที่มีอยู่ในสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และตามหนังสือโบราณ เมื่อปี 2468 ของจังหวัดยะลา ที่ได้กล่าวถึงกล้วยชายแดนใต้ 12 พันธุ์ มาไว้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย 1.ปีแซ กาปา (กล้วยตะเภา) 2.ปีแซ ซูซู (กล้วยนมสาว) 3.ปีแซ ยะลอ (กล้วยหอม) 4.ปีแซ กูกู กูดอ (กล้วยเล็บม้า) 5.ปีแซ ลือเมาะมานิ 6.ปีแซ กาลอ (กล้วยตานี)
นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กล้วยน้ำว้ามีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากกล้วยน้ำว้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรจึงนิยมหันมาปลูกกล้วยน้ำว้ากันจำนวนมาก มีการคาดการณ์ในปี 2561 ราคากล้วยน้ำว้าจะตกต่ำลง “ขอแนะนำเกษตรกรลดการปลูกกล้วยน้ำว้า และหันมาปลูกกล้วยพันธุ์อื่นๆ แทน เพื่อให้มีความหลากหลาย อาทิ กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ โดยคำนึงถึงราคาในท้องตลาดเป็นหลัก เริ่มปลูกกล้วยตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน เพื่อผลผลิตออกทันในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม พร้อมจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น” ขอบคุณข้อมูล หนังสือพิมพ์มติชน
