สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
การได้รับมอบที่ดินจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโอกาสสำคัญที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเกษตรกรได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่ดินที่ได้รับมานั้นไม่เพียงแค่เป็นทรัพยากรทางการเกษตร แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในการสร้างผลผลิตที่ดีขึ้นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อให้การใช้ที่ดินเป็นไปตามที่ตั้งใจและเกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ได้รับมอบที่ดินจึงควรรู้ถึงข้อพึงปฏิบัติที่สำคัญที่ทุกคนควรทราบ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ข้อพึงปฏิบัติเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การทำเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สำหรับข้อพึงปฏิบัติของเกษตรกรที่ได้รับมอบที่ดิน มีดังนี้ 1. การใช้ที่ดิน ที่ดิน ส.ป.ก. ไม่สามารถขายให้ผู้อื่นได้ เว้นแต่จะเป็นมรดกตกทอดให้ทายาท ต้องใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรเท่านั้น เช่น ปลูกพืชที่มีประโยชน์หรือการทำฟาร์มสัตว์ เพื่อให้การใช้ที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด 2. ข้อจำกัดการใช้งานที่ดิน ห้ามขุดบ่อน้ำเกินร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมด ห้ามปลูกสิ่งก่อสร้างนอกเหนือจากยุ้งฉาง และที่อยู่อาศัย 3. การดูแลรักษา ต้
จากภาวะภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มรุนแรง โดยคาดว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญฝนแล้งยาวนานไปจนถึงเดือนมิถุนายน ได้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ขาดน้ำใช้เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินภายใต้การดูแลของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานที่อาศัยน้ำฝนทำการเกษตร จากการที่ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาและกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และหนึ่งในสิ่งที่เลขาธิการ ส.ป.ก. ได้รับ คือ คำถามจากเกษตรกรผู้ได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินในหลายจังหวัดที่ปลูกพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะไม้ผลเศรษฐกิจอย่างลำไย ถึงการขุดบ่อน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในสวนของตนเอง ทำได้ไหม และหากต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง ? คำถามนี้..จึงมีคำตอบจาก เลขาธิการ ส.ป.ก. ว่า สำหรับการขุดบ่อเพื่อการเกษตรในพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรจากส.ป.ก.นั้น โดยระเบียบแล้วมีการกำหนดไว้ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรกรและ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 8 จังหวัด ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้พระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ( ส.ป.ก.) เมื่อปี 2518 เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้เป็นที่ดินทำกิน ส.ป.ก. ส่งเสริมวิถีชีวิต “เศรษฐกิจพอเพียง” บนแผ่นดินพ่อ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกร ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกๆ ด้าน ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตรเป็นปัญหาหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัย และทรงเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาด้านการเกษตรต่างๆ เมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศใช้บังคับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้กัน
