สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม
“ท่องเที่ยวชุมชน” เป็นนโยบายรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากกระจายรายได้สู่ชุมชน การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวจากหลายๆ หน่วยงานภาครัฐผสมผสานให้ชุมชนแข็งแกร่ง สร้างศักยภาพของหมู่บ้าน ให้กับผู้มาเยือนได้สัมผัสหลากหลายรสชาติ เช่นเดียวกับ “หมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านแหลมมะขาม” ตำบลแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด มีหน่วยงานวิทยาลัยชุมชนตราด เข้ามาศึกษาภูมิปัญญาของหมู่บ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตราด นำอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์ของหมู่บ้านเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตปั้นให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระทั่งได้รับ รางวัลเลิศรัฐดีเด่น ปี 2560 จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่มีความเป็นเลิศด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เกิดความยั่งยืน และล่าสุดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด พัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในช่วง 2-3 ปีมานี้ บ้านแหลมมะขาม จึงเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะมาเยือนกันทุกเดือน คุณกำธร อ่อนอินทร์ รองประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด และ ท.ญ.วิภา สุเนตร เลขาธิการ หอการค้าจังหวัดตราด ถือโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศของช
เค้าเดิมของคำว่า “ชา” คือใบของต้นชา ที่นำเข้ามาสู่กระบวนการผลิต จนสามารถนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม ซึ่งก็มีหลายหลากยี่ห้อและราคา ต่อมามีการคิดค้นเลียนแบบ โดยเอาพืชชนิดอื่นมาผลิตเพื่อชงดื่ม เป็นต้นว่า ใบหม่อน ดอกคำฝอย รวมมาถึงใบของผักหวานป่า ซึ่งก็เรียกว่า “ชาผักหวาน” ตามความนิยมอยู่นั่นเอง ชาผักหวานป่าที่จะกล่าวถึงนี้ ผู้ผลิตคือ คุณธิติมา ทองจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรปลอดหนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 8 กิโลเมตร ได้ผลิตชาผักหวานป่ามา 7-8 ปีแล้ว ก่อนผลิตก็ได้ศึกษาอบรมจากแหล่งเรียนรู้ทั้งของส่วนราชการ องค์กรเอกชนมาหลายที่หลายแห่ง จนมีความรู้ความชำนาญและเกิดความมั่นใจ จนสามารถผลิตชาผักหวานป่าออกจำหน่ายได้ คุณธิติมา มีพื้นที่ปลูกผักหวานป่าเพียงไร่เศษๆ โดยมีบ้านพักและอาคารอื่นรวมในพื้นที่นี้อีกด้วย ทำให้วัตถุดิบในการผลิตไม่เพียงพอ จึงต้องซื้อหาจากแหล่งปลูกผักหวานป่าจากพื้นที่ใกล้เคียงมาผลิต แต่ก็ไม่มีปัญหาของการผลิตแต่ประการใด ชาผักหวานป่าของคุณธิติมา จึงมีไว้บริการผู้สนใจอยู่ตลอดเวลา ใบผักหวานป่าที่นำมาผลิตเป็
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่าย OTOP จังหวัดสงขลา และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนบางกล่ำ หมู่ที่ 2 ตำบลบางกล่ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของอำเภอบางกล่ำ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางกล่ำ ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนากลุ่มให้มีมาตรฐาน สามารถขยายการจำหน่ายให้ได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวน ลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กับอำเภอบางกล่ำ ในปี 2561 ได้พัฒนากลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนา ที่ผ่านมา อบต. บางกล่ำ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่พรุนางตุง เนื้อที่ 900 ไร่ โดยปลูกต้นเสม็ดขาวเป็นจำนวนมาก จึงส่งเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนเข้าไปใช้ประโยชน์ โดยวางรังเลี้ยงชันโรงและผึ้งโพรง ทำให้ได้น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ 100% ออกจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่สนใจ เฉลี่ยเดือนละ 150 ขวด จำหน่ายผลผลิตในราคาขวดละ 600 บาท ทางกลุ่มฯ ตั้งใจใช้เป็นชื่
ในปี 2563 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แก้ไขปัญหาความอดอยากหิวโหย (Zero Hunger) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยให้คนไทยอิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ และสร้างอาชีพให้แก่คนไทยจำนวนมาก นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้พัฒนาชุมชนเกษตร ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย ช่วยสร้างความเข้มแข็งมาจากข้างในตัวเราก่อน คือการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด คือ 1. ระดับครัวเรือน รณรงค์ให้ทุกครัวเรือนปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร 2. ระดับอาชีพ คือส่งเสริมการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อให้เกิดอาชีพที่ยั่งยืน โดยน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้ประชาชนทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ครอบครัว ได้ดำเนินการเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการพื้นที่ให้มีก
ซีพี ออลล์ เดินหน้าหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ร่วมกับ จ.นครพนม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชน นำร่องเปิดพื้นที่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแลนด์มาร์คพญานาค จ.นครพนม นำสินค้าโอท็อปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาวางจำหน่ายให้ลูกค้าได้เลือกซื้อแบบสะดวก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นที่รู้กันว่าผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยมีกระจายอยู่ทุกจังหวัด และมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป บางชิ้นนอกจากจะเป็นของดีของเด่นประจำจังหวัดแล้ว ยังสามารถติดปีกโบยบินไปไกลถึงต่างแดน สร้างรายได้ไม่น้อยให้แก่ชุมชน จากศักยภาพเหล่านี้เอง ทำให้ “ซีพี ออลล์” เห็นโอกาสที่จะช่วยพัฒนาชุมชนและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เมื่อผนวกเข้ากับทำเลทองร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแลนด์มาร์คพญานาค ที่มีผู้คนที่ผ่านไปต้องมาเช็คอิน จึงสร้างโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์ชุมชน มีทั้งของกินของใช้ จำนวน 32 รายการ อาทิ กะละแมสูตรโบราณ กระติบข้าวเหนียว ตะกร้าหวาย ผ้าขาวม้า เสื่อกก และเสื้อภูไทด้นมือ ฯลฯ ได้จำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นับเป็นการสร้างโอกาสในการขายสินค้าเหล่านี้ให้คนในท้องถิ่น ได้ยืนด้วยขา
