สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa.or.th)
กรมส่งเสริมการเกษตร ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมและชุมชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านกระบวนการผลิตและการจัดการที่ทันสมัย มีความสะดวก รวดเร็ว ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต การลดต้นทุน เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง กรมส่งเสริมการเกษตร จึงร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ดำเนินการ โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ภายใต้มาตรการคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Transformation) ได้อย่างกระจายตัวและทั่วถึงในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางส่งเสริม ผลักดันให้ภาคเกษตรไทยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการลดต้นทุน การผลิตสินค้าและบริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาไปสู่การแข่งขันเชิงธุรกิจในรูปแบบใหม่ในระยะยาวต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมรับการสนับสนุนคูปองดิจิทัล “depa mini Transformation Voucher” ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม
ธ.ก.ส. ผนึกกำลัง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลต่อยอดความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน รองรับนโยบาย Thailand 4.0 เร่งเติมความรู้ Digital Literacy สู่ชุมชนกว่า 100 แห่ง ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐาน A-Product 150 ราย เพิ่มช่องทางการตลาดดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม จัดคูปองดิจิทัลหนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการลงทุนด้านเทคโนโลยี เสริมแกร่งชุมชนท่องเที่ยวด้านการบริหารจัดการและการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเติมทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทยและนวัตกรรมดีมีเงินทุนกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อให้เกษตรกรและชุมชน มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนาอาชีพ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้และเสริมศักยภาพการแข่
ประกาศความสำเร็จ ปักหมุดโครงการ Smart Economy Showcase ครบ 3 จังหวัด เผยยอดผู้ประกอบการร่วมโครงการทะลุเป้า เกิดการใช้งานเทคโนโลยีในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Micro SMEs กว่า 1,350 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 27 ล้านบาท พร้อมเผยแผนจัดตั้งสำนักงานสาขา ณ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า นับเป็นความสำเร็จเกินคาด สำหรับการดำเนินโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) ที่ ดีป้า นำร่องขับเคลื่อนในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สงขลา และพิษณุโลก ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้าไปสู่ภูมิภาคต่างๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน มีศักยภาพและความพร้อมด้านกำลังซื้อ การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งโครงการดังกล่าวก่อให้ประโยชน์มากมายต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Entrepreneurs) ในอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอ
จังหวัดพิษณุโลก – ประกาศความสำเร็จปักหมุด โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ ครบ 3 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วย อุบลราชธานี สงขลา และล่าสุดกับงานแถลงข่าวเปิดกิจกรรม Smart Economy Showcase จ.พิษณุโลก พร้อมเผยผลสำเร็จโครงการ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 27 ล้าน เตรียมเดินหน้าแผนต่อยอดส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม Smart Economy Showcase จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แนวคิด “สร้างโอกาสให้ธุรกิจ ปรับวิถีชีวิตให้คิดอย่างดิจิทัล” โดยได้รับเกียรติจาก นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานท้องถิ่น องค์กรต่างๆ รวมถึงดิจิทัลสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จ.พิษณุโลก ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า วันนี้ ดีป้าได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ ครบทั้ง 3 จังหวัด
18 สิงหาคม 2563, โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. จัดงานแถลงความร่วมมือการส่งเสริมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้ โครงการส่งเสริมและสนับสนุนคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) ด้านท่องเที่ยวชุมชน ประจำปี 2563 ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้า ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล จึงได้จัดทำ “มาตรการคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher)” เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Transformation) โดยกระจายตัวอย่างทั่วถึงในวงกว้าง ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจไทย ได้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการลดต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ เพิ่มประสิ
หลังจากผู้เขียนได้มีบทความผ่าน คอลัมน์ “คิดเป็นเทคโนฯ” ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ก็มีผู้อ่านหลายคน สอบถามมาว่า หากมีความสนใจจะนำเทคโนโลยีไปใช้ในงานเกษตร จะเริ่มต้นอย่างไร? และแพงไหม? แพงไหม? ตัวอย่าง “โดรนเพื่อการเกษตร” ปัจจุบัน ต้องตอบว่า ราคายังสูง แต่ก็ลดลงมาพอสมควรแล้ว อยู่ในระดับพอมีโอกาสจับต้องได้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นในเว็บไซต์ (เข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า ราคาโดรนเพื่อการเกษตร) หรืออาจจะทดลองโดยการเช่าใช้งานก่อน แล้วประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ จะเริ่มต้นอย่างไร? ความรู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้งานในแปลงเกษตรหรือคอกปศุสัตว์ มีอยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีคณะสาขาวิชาเปิดการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรม ผู้ที่มีความสนใจจะต้องลองติดต่อสอบถาม เพื่อค้นหาผลงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาตามที่ต้องการ อาจจะเป็นในรูปของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในงานนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำเสนอเทคโนโลยีฟาร์มต้นทุนต่ำ “สมาร์ท ฟาร์ม คิท” (Smart Farm Kit) ชุดอุปกรณ์ควบ
