สินค้านวัตกรรม
คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรม โดยเริ่มต้นจากนำที่ดินมรดกมาปรับปรุงเป็นสวนมะพร้าวอินทรีย์ ปลูกเอง พัฒนาตลาดเอง เน้นความสด “ปอกปุ๊บดื่มปั๊บ” เน้นขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” กลายเป็นที่รู้จักจดจำของลูกค้า สินค้าเด่น คุณภาพดี ขายเป็น ก็เห็นกำไร โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเหมือนในอดีต เวลาที่คุณเดี่ยวนำสินค้าออกขายงานอีเว้นต์ในแต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด ขายดิบขายดีจนสินค้าขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนขึ้นชื่อ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” มะพร้าวอินทรีย์ของดีเมืองสมุทรสาครไปแล้ว ส่งผลให้ คุณเดี่ยว บ้านแพ้ว กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่สร้างแรงจูงใจให้หนุ่มสาววัยทำงานหลายๆ คน อยากหวนคืนบ้านเกิด เพื่อไปพลิกฟื้นผืนดินให้เป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัวเช่นเดียวกับ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” เกษตรกรไอดอลคนดัง สานต่ออาชีพเกษตรจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ที่ 6 ซอย 1 ถนนยกกระบัตร-หลักสี่ ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณเดี
ไลอ้อน ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสู่ยุคเมตาเวิร์ส โดยเริ่มต้นจัดทำบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ผู้บริโภคสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตัวบรรจุภัณฑ์ เข้าถึงข้อมูลตัวผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ลุยทำตลาดสินค้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลาย เผยปีนี้เน้นทำตลาดช่องทางออนไลน์เพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัล คาดปีนี้ยอดขายเติบโตไม่เกิน 5% นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของไลอ้อน (ประเทศไทย) จะเดินหน้าสู่แนวทางของโลกเสมือนจริง ผ่านโครงการ Lion Metaverse โดยเริ่มต้นจากการจัดทำบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart packaging) ซึ่งผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตัวบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์นอกเหนือจากจะต้องคำนึงถึงการใช้งานและความสวยงามแล้ว ข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเทคโนโลยี Smart Packaging จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ขณะนี้อยู่
มีไอเดีย มีโอกาส ความเฟื่องฟูของสตาร์ตอัพไทยปี3 เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่ธุรกิจสตาร์ตอัพค่อยๆ เจริญเติบโตในประเทศไทยแม้จะยังไม่แพร่หลาย กระจายให้ทุกคนได้รู้จัก และเข้าร่วมแต่การเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด เริ่มจากการเรียนรู้ของผู้คนในการทำธุรกิจชนิดนี้ ตั้งแต่ปี 2559 มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4 พันล้านบาท กระทั่ง ปี 2561 เหล่าบรรดาสตาร์ตอัพหน้าใหม่ๆ ปรากฏตัวโลดแล่นภายในวงการธุรกิจมากขึ้น มูลค่าการลงทุนร่วมค่อยๆ ไต่ระดับ จนก้าวกระโดดไปที่ตัวเลข 30,000 ล้านทันที ตัวอย่าง ถ้าเราทำรถเข็นขายไก่ทอด แล้วลงทุนสร้างรถเข็นเพิ่มไปเรื่อยๆ กิจการก็เติบโตไปตามจำนวนเงินลงทุนและรถเข็นที่เพิ่มขึ้น แบบนี้ยังไม่ถือเป็นสตาร์ตอัพ แต่เมื่อใดที่เราทำแอพพลิเคชั่น Kai Tod เพื่อให้คนสามารถสั่งไก่ทอดของเราล่วงหน้าได้ แล้วจับคู่กับแม่ค้า พ่อค้าไก่ทอดเจ้าอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานหรือบ้านคนสั่ง พ่อค้าแม่ค้าไก่ทอดรับคำสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น และจ่ายเงินผ่านแอพพ์ พอทำเสร็จคนก็เข้ามาดาวน์โหลดไปใช้ จนใครๆ ก็นิยมมาสั่งไก่ทอดผ่านแอพพ์ของเรา พ่อค้าก็อยากขายไก่ทอดผ่านแอพพ์นี้ เราแค่ลงทุนลงแรงทำแอพพ์ตัวเดียว แต่กลายเป็นตัวแทนขายไ
