สินค้าประมง
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการ สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตปลาและผลิตภัณฑ์ปลา สมัครเข้าร่วม โครงการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA (ปลาและผลิตภัณฑ์ปลา) ✨ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก 20 รายจะได้เข้าร่วม กิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp 4 วัน 3 คืน เจาะลึกตลาดจีน เตรียมตัวส่งออก เต็มอิ่มกับความรู้เรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ มาตรฐานการส่งออก การใช้ AI เพื่อเสริมแกร่งให้ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ 🎯 ไฮไลต์พิเศษ!ลุ้นเป็นผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจะได้รับสิทธิ์ ร่วมเดินทางไปกับกรมเจรจาฯ สำรวจศักยภาพตลาดเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีน! และเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้า World Seafood Shanghai Exhibition (SIFSE) 2026 📌 อย่าช้า สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569 📥 สมัครได้ที่: https://forms.gle/rrqbvqpD9JSqdah19 หรือสแกน QR Code มาร่วมกันสร้างโอกาสสินค้าปลาไทยสู่ตลาดโลกกับพวกเรา 📞 สอบถามเพิ่มเติม: คุณรมิดา 090-274-7263📧 Email: [email protected] #ปลาไทยไปตลาดโลก #เจรจาการค้าโลก #FTA #DTN
” ต๊ะเสะ” เป็นอำเภอหนึ่งของอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ที่นี่รายล้อมไปด้วยป่าโกงกางที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อาศัยของปูแสมจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมจับปูแสมมาทำปูเค็มสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 9/7 หมู่4 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายซอและห์ ลาโยด หรือบังอูฐ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นจุดรับซื้อและแปรรูปปูแสม หรือปูเปี้ยวที่ชาวบ้าน และชาวประมงพื้นบ้านกว่า 20 ครัวเรือนเดินเท้าเข้าป่าโกงกางไปจับปูแสมหรือปูเปี้ยวตัวเป็นๆ มาขาย ให้กับบังอูฐไม่กว่าวันละ 300-400 กิโลกรัม เพื่อนำมาแปรรูปเป็นปูเค็ม ปูดองส่งขายให้กับแม่ค้าในตลาดสดเมืองตรัง และส่งไปขายจังหวัดสตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เดิมบังอูฐและครอบครัวเคยทำธุรกิจท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ ต่อมามีลูกและได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวจึงย้ายครอบครัวกลับมาตั้งหลักที่ตำบลตะเสะ และทำอาชีพขายส่งปลาสด เวลาไปส่งปลา แม่ค้ามักถามว่า มีปูดองหรือปูเค็มขายมั้ย ทำให้บังอูฐเกิดความสนใจที่จะทำปูเค็มปูดองส่งขายให้แม่ค้า บังอูฐได้รับซื้อปูแสมหรือปูเปี้ยวจากชาวบ้าน
เป็นไปไม่ได้เลยที่เชื้อโควิด-19 จะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไก่ กุ้ง ปลา ไข่ หรือแม้แต่ผักและผลไม้ แต่การปนเปื้อนมีโอกาสสูงซึ่งมาจากการสัมผัสของผู้ติดเชื้อหรือเชื้อที่ยังอยู่ในสภาพอากาศ อย่างเช่นกรณีที่ตรวจพบการปนเปื้อนทุเรียนของไทยในจีน ที่สุดแล้วก็พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากห่วงโซ่กระบวนการผลิตของไทยแต่อย่างใด นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โจทย์การค้าหลังโควิด-19นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคาดว่าจะมีกฎเกณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่างๆตามมาอีกมากมาย แต่ปัจจัยหลักๆแล้วคาดว่าจะเป็นในด้านของความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯจึงต้องยกระดับมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อของสินค้าเกษตรในทุกกระบวนการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ การผลิต โดยตัวของเกษตรกรเอง ต้องบริหารจัดการฟาร์มทำความสะอาดพื้นที่และสวนเกษตร มาตรการสำหรับผู้ประกอบการสถานประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) และมาตรการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตร มีการเฝ้าระวัง ตั้งแต่การพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางจากสวน จนถึงระบบขนส่ง พร้อมจ
ผมไปเที่ยวภูเก็ตครั้งล่าสุดมีลาภปากที่ได้กินกุ้งมังกร ที่ต้องใช้คำว่า ลาภปากก็เพราะเป็นกุ้งที่มีราคาแพงเหลือเกิน กุ้งชนิดอื่นๆ กิโลกรัมละ 1,000 กว่าบาท ก็ถือว่าแพงแล้ว ทว่ากุ้งมังกรกิโลกรัมละตั้ง 3,000 บาท และได้กุ้งเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะแต่ละตัวหนักเป็นกิโล นี่ถ้าต้องซื้อกุ้งมังกรกินเองผมคงไม่ซื้อกิน เสียดายเงิน ที่ยอมกินก็เพราะมีเจ้ามือ แต่ก็เกรงใจเหมือนกันจึงกินเพียงพอประมาณ คือให้รู้ว่าเนื้อกุ้งมีรสชาติเป็นอย่างไรก็พอ ผมได้รับทราบจากร้านขายอาหารทะเลว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมากินกุ้งมังกรที่ภูเก็ต หากไม่ได้มากินกุ้งชนิดนี้ก็เหมือนไม่ได้มาเที่ยวภูเก็ต ก็ว่าได้ ก็เพราะอย่างนี้แหละจึงทำให้กุ้งมังกรราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะกุ้งตามธรรมชาติที่ชาวประมงจับได้มีน้อย ขณะที่คนกินมีมากขึ้น ร้านอาหารที่ภูเก็ตจึงสั่งซื้อกุ้งมังกรมาจากพม่าเสียเป็นส่วนใหญ่ กุ้งมังกรนำเข้าไม่ค่อยจะดีเพราะกุ้งจะตายก่อนถึงผู้กินกว่าครึ่ง กุ้งตายกับกุ้งเป็นราคาต่างกัน กุ้งตายเนื้อจะเละไม่แน่นเหมือนกุ้งเป็น ก็เพราะกุ้งมังกรมีราคา จึงทำให้ชาวประมงหันมาทำกระชังเลี้ยงกันหลายราย พอผมได้รับรู้ว่ากุ้งมังกรเลี
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานใหญ่ มหกรรม “เกษตรอัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ระหว่าง วันที่ 24 ธ.ค.63-1 ม.ค.64 โชว์นวัตกรรมทางการเกษตร ยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรไทย นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรม “เกษตร อัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 โดยมี นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายมนัส กำเนิดมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายครรชิต สุขเสถียร รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการด้านบริหาร องค์การสะพานปลา และนายประพันธ์ ลีปายะคุณ ผู้ตรวจราชการกรมประมง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานด้วย ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยหน่วยงานในสังกัดกว่า 20 หน่วยงาน ร่วมกับภาคเอกชน เตรียมจัดงานมหกรรม “เกษตรอ
กรมประมงจัดประชุมชี้แจงผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบแจ้งตรวจสินค้าประมงภายใต้หลักบริหารจัดการความเสี่ยง (Smart FSW) ผ่านระบบ Fisheries Single Window (FSW) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าส่งออกให้ผู้ประกอบการ โดยที่กรมประมงเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทภารกิจในการให้บริการประชาชนที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตหรือใบรับรองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ส่งออกสินค้าประมง โดยเฉพาะกระบวนการในการอนุญาตนำเข้าส่งออกสินค้าสัตว์น้ำ ซึ่งจะต้องควบคุมตรวจสอบการนำเข้าส่งออกให้มีคุณภาพมาตรฐานทางด้านสุขอนามัย ประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัย ป้องกันการระบาดของโรคสัตว์น้ำ ป้องกันผลกระทบทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กระบวนการตรวจสอบนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้าที่นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย นายถาวร จิระโสภณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากภารกิจดังกล่าวข้างต้น กรมประมงได้มีการพัฒนารูปแบบการขออนุญาตนำเข้าส่งออกจากรูปแบบเอกสาร เปลี่ยนเป็นการนำระบบการขอใบอนุญาตและใบรับรองการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิตผ่านอินเตอร์เน็ต (Fisheries
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายยุทธนา ตุ้มน้อย นักชีววิทยารังสีชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาด้านความปลอดภัย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวเรื่องนำเข้าสินค้าประมงจากเมืองฟูกุชิมา ประเทศญี่ปุ่น ว่า ในปี 2559 ปส.ได้ทำการวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสีของซีเซียม-134 และซีเซียม-137 (Cs-134, Cs-137) ในตัวอย่างอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ปลาแมคคาเรล ปลาแซลมอน ปลากระพงแดง ปูอัดแช่แข็ง ปลาหมึก และหอยเชลล์ พบว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีของ Cs-134, Cs-137 ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของประเทศไทย และในเดือนเมษายน 2560 ปส.ได้รับตัวอย่างอาหารทะเลล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ปลาหางเหลืองแช่แข็ง และหอยนางรมแช่แข็ง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสีของ Cs-134, Cs-137 ในตัวอย่างดังกล่าว พบว่าปริมาณกัมมันตภาพรังสีของ Cs-134,Cs-137 ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของประเทศไทยเช่นกัน นายยุทธนา กล่าวต่อไปว่า จากผลการตรวจวัดปริมาณกัมมันตภาพรังสีของ Cs-137 ในปลาทะเลจากบริเวณโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมาของห้องปฏิบัติการในประเทศญี่ปุ่น และของทบวง
นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู เปิดเผยว่า ขณะนี้ทียูพร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง โดยการสร้างแบรนด์ของตนเองภายใต้ชื่อ คิวเฟรช เป็นครั้งแรก เพื่อรองรับตลาดในประเทศ หลังเห็นแนวโน้มว่าตลาดอาหารทะเลแช่แข็งที่มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี และมีทิศทางการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากผู้บริโภคคนไทยที่หันมารับบริโภคอาหารทะเลมากขึ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลกที่การบริโภคอาหารทะเลยังเติบโตดี เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในการรักสุขภาพ “ทียู เป็นผู้นำตลาดอาหารทะเลของโลก มีแหล่งวัตถุดิบจากทั่วโลกใน 17 โรงงานใน 13 ประเทศทั่วโลก โดยทียูยังเป็นผู้ผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 40 ปี ทั้ง สินค้าอาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลแช่เย็น อาหารทะเลแปรรูปพร้อมทาน และติ่มซำ และปีนี้ได้หันมาสร้างแบรนด์ของตนเองด้วยการเปิดตัวแบรนด์ คิวเฟรช รองรับกลุ่มลูกค้าคนไทย ทั้งกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยวางจุดขายเป็นผลิตภัณฑ
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคมนี้ จะเสนอแผนยกระดับองค์การสะพานปลา(อสป.) ต่อพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้พิจารณาก่อนเสนอต่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเพื่อของบประมาณในการปรับปรุงท่าเรือและตลาดปลาของอสป.จำนวน 14 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับเป็นตลาดสะพานปลากลางเมือง รูปแบบเหมือนตลาดปลาซึกิจิ ในประเทศญี่ปุ่น และเร่งพัฒนาท่าเทียบเรือประมงของจ.ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางนำเข้า-ส่งออกทูน่า (ฮับทูน่า) ของอาเซียน เนื่องจากประเทศในอาเซียนมองว่าไทยมีศักยภาพมากที่สุด เนื่องจากมีการนำเข้าและส่งออกทูน่าอันดับ 1 ของโลก “ ไทยถือว่ามีความเข้มแข็งเรื่องอุตสาหกรรมประมง โดยเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงอันดับ 1 ของโลก อาทิ การเป็นผู้นำส่งออกทูน่า อันดับหนึ่งของโลก มีสินค้าประมงสำหรับส่งออกมากกว่าแสนล้านบาทในแต่ละปี จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาท่าเรือ และเชื่อมสัมพันธ์กับอาเซียน โดยยกระดับท่าเรือของ อสป.เป็นท่าเรือสำหรับการท่องเที่ยว ใช้โมเดลเดียวกับญี่ปุ่น และใช้อสป.เป็นกลไกสำคัญของพัฒนาห่วงโซ่การผลิตสินค้าประมง ถือเป็นกลไกสำคัญในกา
