สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และโครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2% ต่อปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แจ้งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง 30 กันยายน 2568 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งสร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของเกษตรกรโดยตรง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ธ.ก.ส. ได้จัดโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%) และโครงการส
ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง 3 โครงการ ทั้งสินเชื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน รายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนการผลิต ดอกเบี้ย MRR-2 และสินเชื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ดอกเบี้ย 0% ใน 2 ปีแรก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤต รวมวงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท โดยช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงภัยแล้งไปแล้วกว่า 30,000 ราย วงเงินกว่า 4,600 ล้านบาท นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหา ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของเกษตรกร นำไปสู่ปัญหาการก่อหนี้นอกระบบ ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อ เงื่อนไขและดอกเบี้ยผ่อนปรน จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1) สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท
