สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
ปลาสลิดดอนกำยานเป็นสินค้าอร่อยที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 80 ปี มีบันทึกของกรมประมงว่า อธิบดีประมงท่านหนึ่งติดใจรสชาติความอร่อยของปลาสลิดดอนกำยานจึงได้นำพันธุ์ปลาชนิดนี้ไปเผยแพร่ในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกิดการเลี้ยงปลาสลิดเชิงพาณิชย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา . ที่มาของชื่อปลาสลิดดอนกำยาน มาจากชื่อคลองดอนกำยาน ที่ไหลผ่าน 8 อำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ อำเภอเมือง ศรีประจันต์ สามชุก เดิมบางนางบวช ดอนเจดีย์ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอู่ทอง โซนนี้ปลาสลิดชุกชุมมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังนาน ทำให้ต้นกำยานหรืออบเชยเถาที่ขึ้นอยู่ทั่วไป เกิดการเน่าเปื่อย เมื่อปลาสลิดมากินรากกำยาน ซึ่งเป็นส่วนที่หอม ทำให้ปลาสลิดดอนกำยาน มีรสชาติหอมอร่อย ถือเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 2 ของจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากแห้วสุพรรณ . ปัจจุบัน ชุมชนประมงท้องถิ่น – บ้านดูธรรม สุพรรณบุรี ภายใต้การนำของประธานกลุ่มฯ คุณอริสา เยือกเย็น หรือ “ครูทม” นับเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการผลิตแปรรูปปลาสลิดดอนกำยาน
คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรม โดยเริ่มต้นจากนำที่ดินมรดกมาปรับปรุงเป็นสวนมะพร้าวอินทรีย์ ปลูกเอง พัฒนาตลาดเอง เน้นความสด “ปอกปุ๊บดื่มปั๊บ” เน้นขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” กลายเป็นที่รู้จักจดจำของลูกค้า สินค้าเด่น คุณภาพดี ขายเป็น ก็เห็นกำไร โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเหมือนในอดีต เวลาที่คุณเดี่ยวนำสินค้าออกขายงานอีเว้นต์ในแต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด ขายดิบขายดีจนสินค้าขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนขึ้นชื่อ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” มะพร้าวอินทรีย์ของดีเมืองสมุทรสาครไปแล้ว ส่งผลให้ คุณเดี่ยว บ้านแพ้ว กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่สร้างแรงจูงใจให้หนุ่มสาววัยทำงานหลายๆ คน อยากหวนคืนบ้านเกิด เพื่อไปพลิกฟื้นผืนดินให้เป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัวเช่นเดียวกับ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” เกษตรกรไอดอลคนดัง สานต่ออาชีพเกษตรจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ที่ 6 ซอย 1 ถนนยกกระบัตร-หลักสี่ ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณเดี
เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรับรองส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งเมืองลอง ให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI) ทะเบียนเลขที่ สช 68100246 โดยให้มีผลตั้งแต่วันยื่นคำขอขึ้นทะเบียน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งเมืองลอง เป็นผลไม้อัตลักษณ์จังหวัดแพร่ ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว คือ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ที่มีทรงผลค่อนข้างกลมนูนสูง ก้นผลเรียบ เมื่อแก่จัดจะบุ๋ม ผลแก่ผิวเปลือกสีเขียวอมเหลือง น้ำหนักผลไม่น้อยกว่า 1.5 กิโลกรัม เมล็ดน้อย แกะง่าย เนื้อกุ้งใหญ่สีน้ำผึ้ง เนื้อแน่น แห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่เฝื่อน ไม่ขม และไม่ช่าลิ้น ค่าความหวานไม่น้อยกว่า 9 องศาบริกซ์ ปลูกในอำเภอลองและอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีผลผลิตเข้าตลาดมากในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี ที่มาของพันธุ์ส้มโอเมืองลอง ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง เป็นพืชที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอลองและอำเภอวังชิ้นปลูกมานานกว่า 40 ปี ส่วนแหล่งที่มาของต้นพันธุ์ส้มโอดั้งเดิมมาจาก 2 แหล่ง เริ่มจากปี 2508 นายวงค์ ชมภูมิ่ง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พ่อเลี้ยงวงค์” ได้น
“ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพราะถูกเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่เป็นแหล่งบรรจบของน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้ปลากระพงเนื้อแน่น นุ่มลิ้น รสชาติอร่อยที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นสินค้าขายดี เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวประมงในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มชาวประมงที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คือ นางจีรวัฒน์ ชุตินธร กลุ่มฯ แห่งนี้ใช้พื้นที่กลางทะเลสาบสงขลา 4 ไร่ เลี้ยงปลากระพงในกระชังจำนวน 320 กระชัง ซึ่งสมาชิกเลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ย 10 กระชังต่อคร
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี โดย นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย แพทย์หญิงนุชรินทร์ อักษรดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช นำเสนอนิทรรศการผลงานเด่น “การพัฒนากระท้อน GI ของดีเมืองลพบุรีสู่ไอศกรีมกระท้อนชาววัง” ในการประชุมผู้บริหารระดับสูง กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารและผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีได้มีนโยบาย “จังหวัดลพบุรีแผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์” ได้เห็นความสำคัญของกระท้อนตะลุงซึ่งเป็นผลไม้รสชาติดีของจังหวัดลพบุรีที่ได้รับการรับรอง GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากผลการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารในปี 2567 พบว่าปลอดภัยจากสารปนเปื้อน 100% จึงได้ส่งเสริมบริษัท อินเตอร์โฟกัสฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตไอศกรีมผลไม้ในจังหวัดลพบุรี ให้ผลิตไอศกรีมจากกระท้อนและให้การอนุญาต อย.เชิงรุก
“ส้มแก้ว” เป็นผลไม้มงคลตามความเชื่อและความนิยมของชาวไทยเชื้อสายจีนในการนำไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน สารทจีน และวันขึ้นปีใหม่ โดยจังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งปลูกส้มแก้วใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และผลักดันส้มแก้วเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัด ยื่นขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “ส้มแก้ว” มีลักษณะคล้ายส้มโอผสมกับส้มเขียวหวาน คือผลกลมแป้น เนื้อเยอะ เนื้อฉ่ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยว จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกส้มแก้ว ประมาณ 60 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เกษตรกรผู้ปลูก 36 ครัวเรือน แต่ละรายมีพื้นที่สวนประมาณ 3-4 ไร่ เนื่องจากส้มแก้วเป็นไม้ผลที่ต้องการแสงแดดเพียงร้อยละ 50 เท่านั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาจากไม้ผลประเภทส้มโอ ลิ้นจี่ ฯลฯ เกษตรกรจึงนิยมปลูกส้มแก้วเป็นไม้ผลร่วมแปลงเฉลี่ยประมาณ 20 ต้นต่อไร่ เกษตรกรสามารถปลูกส้มแก้วได้ตลอดทั้งปีในพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอ นิยมปลูกส้มแก้วโดยใช้กิ่งชำ ให้น้ำและปุ๋ย 16-16-16 สม่ำเสมอทุกเดือน หลังจากปลูกประมาณ 2-3 ปี ส้มแก้วจะเริ่มติดผลและจะให้ผลอย่างเต็มที่ประมาณปีที่ 5-7 โดยทั่วไป ช่วงเดือนสิงหาคมต้นส้มแก้วเริ่มผลิดอกอ
ในโลกของการแข่งขันทางการค้า ผู้ผลิตทุกสาขาจำเป็นที่จะต้องใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหนือกว่าคู่แข่งเพื่อบริหารกิจการ และการผลิตสินค้า ทั้งด้านคุณภาพ ราคา รูปลักษณ์ บริการส่งมอบ บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ แต่ในสนามการแข่งขันที่รุนแรงอาจมีวิธีการที่แยบยล เชิงกลเม็ดเคล็ดลับในแบบที่เรียกกันว่า เล่ห์กล มนต์คาถา แบบว่าต้องให้เหนือกว่าคู่แข่ง หรือไม่ก็ให้หมอบกันไปข้างหนึ่ง วงการสับปะรดอาจไม่รุนแรงมากนัก แต่จากกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การยอมรับความแปลกใหม่ กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติ การปกป้องสิ่งแวดล้อม ผลผลิตแนวเกษตรอินทรีย์ สตอรี่แหล่งที่มาของผลผลิตเฉพาะท้องถิ่น ฯลฯ เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึง แหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ จีไอ (GI : geographical indications) เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่ออ้างอิง และการรับรองคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร เพื่อประชาสัมพันธ์ด้านการตลาด สับปะรดทองระยอง เป็นผลไม้ ที่ได้ผ่านการรับรอง จีไอ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นสินค้า จีไอ มีแหล่งผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดระยอง มีคุณลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างจากสับปะรดพันธุ์อื่น ที่ทำให้ผลผลิตมีมูล
“กระท้อนตะลุง” เป็นหนึ่งในไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดลพบุรี ผลผลิตเข้าสู่ตลาดช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี กระท้อนตะลุงมีคุณภาพดี รสชาติเนื้อและปุยเมล็ดหวาน อร่อยเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ราคากระท้อนผลสดเฉลี่ย 35-120 บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดผล กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในพื้นที่ได้เพิ่มมูลค่าทางการตลาดโดยการนำไปแปรรูป อาทิ กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนแช่อิ่ม กระท้อนหยี ที่มาของ “กระท้อนตะลุง” เมื่อ 75 ปีก่อน (ปี พ.ศ. 2489) ปู่พร้อม ยอดฉุน เป็นผู้นำต้นกระท้อน (พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล) จากจังหวัดนนทบุรี นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในตำบลตะลุงจนเต็มสวน สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ซึ่งเป็นดินน้ำไหลทรายมูล ดินทรายหวาน ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ถูกใจผู้บริโภค เกษตรกรชาวจังหวัดลพบุรีจึงนิยมปลูกกระท้อนครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ริมแม่น้ำลพบุรี ในอำเภอเมืองลพบุรี คือ ตำบลโพธิ์เก้าต้น ตำบลตะลุง และตำบลงิ้วราย ผลผลิตโดยเฉลี่ย 1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ร่วมกับหน่วยงานภาคี ผลักดันให้เกิดการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของกระท้อนจังหวัดลพบุ
จังหวัดพังงา ตรวจรับรองแปลงทุเรียนสาลิกา ส่งเสริมการใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่า “ทุเรียนสาลิกาพังงา” ทุเรียนสาลิกา (Salika Durian) หรือชื่อเต็มตามการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ “ทุเรียนสาลิกาพังงา” เป็นทุเรียนพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่อำเภอกะปง จังหวัดพังงา มีการขยายพันธุ์จนมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทุเรียนสาลิกาของแท้ดั้งเดิมจะมีลักษณะผลค่อนข้างกลม เปลือกบาง เมล็ดลีบ รสชาติหวานมัน เนื้อสีเหลือง เนื้อหนาละเอียด มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญบริเวณกลางแกนผลมีสนิมสีแดงทุกผล จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อปี 2561 โดยมีขอบเขตการผลิตเฉพาะในพื้นที่อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เท่านั้น และหลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้ว ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้สนใจขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จนปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ทุเรียนสาลิกาพังงา” แล้ว รวมทั้งสิ้นกว
ข้าว สิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งเป็นอาหารหลักประจำวันและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของคนไทย ซึ่งสายพันธุ์ของข้าวที่เพาะปลูกอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ เช่นเดียวกับข้าวเบายอดม่วง เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ในอดีตมีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง แต่เนื่องจากในช่วงหลังมีการส่งเสริมให้ปลูกข้าวสายพันธุ์เศรษฐกิจชนิดอื่นในพื้นที่ จึงทำให้มีการปลูกข้าวเบายอดม่วงลดลงตามไปด้วย คุณกมลศรี พลบุญ Young Smart Farmer และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนาตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 2 ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนพื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ตำบลวังคีรี แต่ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จนเมื่อประมาณปี 2550 ได้กลับมายังบ้านเกิด และเริ่มทำนาอย่างจริงจัง เนื่องจากในตำบลวังคีรีมีพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวกันมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย และพบว่าข้าวที่ปลูกกันส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์เศรษฐกิจที่มีการสนับสนุนให้ปลูก ซึ่งบางสายพันธุ์ให้ผลผลิตได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เหมาะแก่การปลูก จนมีอยู่วัน
