สี่มุมเมือง
เจ๊นิด-คุณอุไร ภิรมย์พุ่ม หญิงแกร่งเจ้าของร้านบ้านสวนไฮโดรฟาร์ม จำหน่ายผักไฮโดรโปนิกส์ ปลีก-ส่ง อยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง อาคารผักพื้นบ้าน ซอย 4/34 ผู้สวมบทบาทเป็นทั้งเกษตรกร แม่ค้า และนักธุรกิจค้าส่งในเวลาเดียวกัน โดยเจ๊นิด เล่าให้ฟังว่า อาชีพดั้งเดิมเป็นแม่ค้าขายผลไม้มาก่อน ทำมานานกว่า 14 ปี จนกระทั่งในปี 54 มาเจอกับวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก จนทำให้เกือบล้มละลาย สวนผลไม้เสียหายทั้งหมด ด้วยพื้นที่ปลูกที่อยู่ที่อำเภอลาดหลุมแก้วเป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้ต้องเลิกราอาชีพทำสวนผลไม้ไป ซึ่งในช่วงนั้นคิดหนักมากว่าจะทำอะไร สุดท้ายตัดสินใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะมองไปเห็นเพื่อนบ้านปลูกแล้วน่าสนใจ จึงลองไปเสริชข้อมูลการปลูกจากในยูทูบ และเริ่มทดลองปลูกผักสลัดจากพื้นที่เล็กๆ เพียง 10 แปลง เมื่อได้ผลผลิตออกมาก็นำไปขายที่ตลาดนัดใกล้บ้าน แล้วก็ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าไปในทิศทางที่ดี มาประกอบกับที่มีฐานลูกค้าเดิมที่เคยซื้อผลไม้มาก่อนแล้ว จึงได้ต่อยอดการตลาดจากลูกค้าฐานเดิม โดยการสอบถามความต้องการของแต่ละเจ้าว่ามีใครต้องการผักสลัดมากน้อยแค่ไหน ก็กลายเป็นว่ามีลูกค้าที่ต้องการผลผลิตอีกเป็นจำนวนมาก “พอลูกค้าเพิ่มมา
ตลาดสี่มุมเมือง อาณาจักรค้าส่งผลไม้ใกล้กรุงเทพฯ ขอเชิญอุดหนุนมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ จากเกษตรกรชาวสวน ครบทั้งเกรดพรีเมี่ยมส่งห้างชั้นนำ ส่งตลาดชื่อดังและส่งออกต่างประเทศ ไปจนถึงเกรดคละสำหรับคนงบน้อยที่สามารถซื้อไปทำกำไร ทั้งขายต่อหรือนำไปประกอบเมนูต่างๆ ในปีนี้ คาดว่าจะมีมะม่วงจากทั่วประเทศเข้ามาจำหน่ายมากถึงวันละ 240 ตัน หลากหลายสายพันธุ์ในราคาขายส่ง ทั้งสายพันธุ์โบราณ อาทิ แก้วลืมรัง หัวช้าง พราหมณ์ขายเมีย แขกขายตึก อกร่อง ปลาตะเพียน มันขุนศรี เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 4 บาท มะม่วงพรีเมี่ยมคุณภาพส่งออก อาทิ เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ มหาชนก เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 25 บาท มะม่วงสายพันธุ์ที่สร้างกำไรดี อาทิ แก้วขมิ้น มันเดือนเก้า ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 8 บาท นอกจากนี้ พบโปรโมชั่นขายส่ง “มะม่วงขายดี ขายได้กำไรงาม” เพื่อพ่อค้าแม่ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย อาทิ – ร้านใหม่-ผลไม้ รับมะม่วงเพิ่มอีก 1 กิโลกรัม ฟรี ทันที เมื่อซื้อมะม่วง 1 ลัง (25 กิโลกรัม) และลดทันที 10% เมื่อซื้อ 1 ตัน – ร้านอิงอิง รับมะม่วงเพิ่มอีก 1 กิโลกรัม ฟรี ทันที เมื่อซื้อมะม่วง 1 ลัง (25 กิโลกรัม) แล
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด (Top 4) ของจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ไข่ไก่ และมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยเกษตรกร ได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการผลิตข้าวนาปี ในพื้นที่มีความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เฉลี่ย 1,050 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 604 บาท/ไร่ ข้าวนาปรัง พื้นที่ S1/S2 เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 1,252 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่ S3/N เฉลี่ย 934 บาท/ไร่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งไม่มีการจำแนกพื้นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 6,508 บาท/ไร่ และ ไข่ไก่ ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 0.07 บาท/ฟอง หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดอ่างทอง พบว่า พื้นที่ S1/S2 สำหรับปลูกข้าวมีจำนวน 366,388 ไร่ และพื้นที่ S3/N มีเพียงจำนวน 13,859 ไร่ โดยพื้นที่ไม่เหมาะสมบางส่วนเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างหลากหลาย ได้แก่ การปลูกผักต่างๆ เช่น ตะไคร้ มีต้นทุนการผลิต 22
เดือนกรกฎาคม ดีเดย์ ได้ฤกษ์ “สี่มุมเมือง” ครบ 30 ปี ปรับโฉมพื้นที่รวม 250 ไร่ รองรับอนาคต ใช้เวลา 3-4 ปี ปรับปรุงตลาดขยายพื้นที่ค้าส่งผักสด-ผลไม้ แหล่งอาหารคนเมือง ชู “มะม่วง” สินค้าท็อปฮิตยอดขายดีสุด ให้โดดเด่นกว่าเดิม ขณะที่ภัยแล้งทำ “ทุเรียน” ราคาพุ่ง แม่ค้าทุเรียนยิ้มรับออเดอร์ “ตลาดสี่มุมเมือง” แหล่งอาหารของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งวันนี้ตลาดสี่มุมเมืองมีอายุครบ 30 ปี และเป็นตลาดศูนย์กลางซื้อขายแลกเปลี่ยนผักสดและผลไม้ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยแต่ละวันมีผู้มาค้าประจำมาเช่าแผง 2,000 กว่าแผง มีรถผักสดกว่า 1,200 คัน ต่อวัน หมุนเวียนนำผักมาจำหน่ายและซื้อสินค้า โดยผู้ที่นำผักมาค้าที่นี่ จ่ายค่าเช่าเพียงตารางเมตรละ 15 บาทต่อวัน ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมง “กรุงเทพมหานคร” ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับ สี่มุมเมืองก็เช่นเดียวกัน เพราะวิถีชีวิตคนในเมืองหลวงต้องหาซื้อผักสดและผลไม้ วัตถุดิบประกอบอาหารในตลาดสดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกลุ่มตลาดสดจากทั่วกรุงเทพฯ มักจะเดินทางมาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อเตรียมรับเช้าวันใหม่ของคนเมืองในแต่ละวัน ทายาท
