สุโขทัย
ไม้ประดับใบ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ ค่อนข้างที่จะครึกคัก มีการซื้อขายกันอย่างมากมาย ถึงแม้ว่าวงการไม้ใบจะอยู่กับสินค้าเกษตรมานานแล้วก็ตาม แต่ความต้องของลูกค้าที่ชื่นชอบก็ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางช่วงราคาของไม้ประดับใบสูงขึ้น ขายได้หลากหลายราคา ซึ่งไม้ประดับใบที่ปลูกและเป็นความต้องการของตลาดก็มีด้วยกันหลายชนิด แต่ที่คุ้นเคยหลักๆ ก็จะมี บอนสี อะโกลนีมา และที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนี้ก็จะเป็น ฟิโลเดนดรอน ที่มีราคาการซื้อขายชนิดที่ว่าหลักพันหลักหมื่นเลยทีเดียว คุณภาณุพงศ์ โวหาร อยู่บ้านเลขที่ 40/6 หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ที่ชื่นชอบการปลูกฟิโลเดนดรอนด้วยเช่นกัน โดยมีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนไม้ดีมีคุณภาพ ต่อมาไม้ทั้งหมดที่เก็บสะสมได้นำมาทำการตลาด ช่วยให้เขาสามารถมีรายได้จากที่คิดว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม แต่กลับสร้างรายได้อาจเทียบเคียงอาชีพหลักเลยก็ว่าได้ คุณภาณุพงศ์ เล่าใหฟังว่า เขาเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังจากที่น้ำท่วมใหญ่ที่บ้านเกิดคือจังหวัดสุโขทัย ทำให้เขาต้องกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับเปิดร้านกาแฟสร้างรายได้
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว นายพนม แผลงฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยช่วงเช้าเดินทางไปยังศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่ 1 ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัย จากนั้นเดินทางไปยังวัดคลองโป่ง ตำบลสามเรือน อำเภอศรีสำโรง ตลอดจนองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจง ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และความเสียหายในพื้นที่ต่างๆ พร้อมกันนี้ ได้มอบข้าวสาร หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ตลอดจนชุดเวชภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพสัตว์ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้กำลังใจเกษตรกร และพบปะรับฟังปัญหาของเกษตรกร นายประภัตร กล่าวว่า จากการเกิดพายุฮีโกสทำให้มีฝนตกหนักภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้
ในพื้นที่ 34 ไร่ จ่าก้อง หรือ จ.ส.ท. สุทิน ทองเอ็ม สามารถจัดสรรเนื้อที่เหล่านั้นทำไร่นาแบบผสมผสานได้อย่างดีเยี่ยม จากจุดเริ่มต้นที่พ่อแม่ทำนาเพียงอย่างเดียวมาตลอด จนเมื่อจ่าก้องจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก็เริ่มเลี้ยงไก่สวยงามขาย ต่อมาเริ่มเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น เป็ดและไก่ ส่งให้กลุ่มปศุสัตว์ เริ่มทำสวนต่อจากปศุสัตว์หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเริ่มต้นจากการทำสวนไผ่ เพราะไม่ต้องดูแลมาก เดิมทีพ่อกับแม่มีที่นาเพียง 22 ไร่ ต่อยอดจนกลายมาเป็น 34 ไร่ ในปัจจุบัน จ.ส.ท. สุทิน ทองเอ็ม หรือ จ่าก้อง อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 3 ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ได้รับรางวัล ปี 2560 เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ได้รางวัลภูมิปัญญาศึกษาด้านเกษตร และ ปี 2562 ได้รางวัลปราชญ์ดีเด่นของ กศน. (การศึกษานอกสถานที่) ระดับประเทศ จ.ส.ท. สุทิน เริ่มทำกิจกรรมเต็มรูปแบบเมื่อปี 2545 ถูกปลูกฝังและโตมากับการเกษตร แต่มีความคิดต่างจากพ่อกับแม่ที่เดิมทีทำนาเพียงอย่างเดียว และมีความคิดว่าถ้าทำหลายๆ อย่าง จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นยิ่งกว่านี้ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำไร่นาสวนผสมของจ่าก้อง เมื่อก่อนที่บ้านปลูกข
ชาวบ้านหัวใสนำต้นอ่อนและกิ่งอังกาบหนูมาปักชำใส่กระถาง ขายบริเวณข้างทางปากทางเข้าวัดโบสถ์ ในราคากิ่งละ 150 บาท ส่วนใบตัดใส่กระสอบปุ๋ย ถุงละ 300 บาท ซึ่งผู้ซื้อก็พร้อมที่จะจ่าย เพราะเมื่อเดินทางมาถึงวัดแล้ว ต้นอังกาบหนูของทางวัดก็หมดแล้ว ด้วยมีความหวังว่าจะรักษามะเร็งหายได้ตามคำร่ำลือ และหวังเป็นที่พึ่งทางใจให้กับญาติที่ป่วยได้บ้าง ซึ่งบางคนเดินทางมาจากอยุธยา บางคนมาจากเชียงใหม่ ชลบุรี ก็ไม่อยากเสียเที่ยวจึงซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีชาวบ้านบางกลุ่มที่นำกิ่งและใบอังกาบหนูออกมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่พลาดโอกาส นำกลับไปเพื่อใช้รักษาอาการป่วยของญาติที่บ้าน จนต้นอังกาบหนูที่ปลูกไว้ริมรั้วบ้าน ก็ถูกตัดจนเหี้ยนไปหมดเช่นกัน ขณะที่ประชาชนจากทุกสารทิศ ยังคงหลั่งไหลมายังวัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อขอใบอังกาบหนู จากพระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ถึงแม้ว่าต้นอังกาบหนูที่ทางวัดได้ปลูกไว้ ประมาณ 15 ต้น ขณะนี้ถูกประชาชนที่หลังทราบข่าวว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ต่างเดินทางมาเพื่อขอใบอังกาบหนู จนขณะนี้เหลือแต่ตอ บ้างก็ขุดไปทั้งต้น จนทางวัดไม่เหลือใบอังกาบหน
