ส่งออกขนุน
ขนุน ไม้ผลเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทย ที่มีตลาดหลักส่งออกอยู่ที่ประเทศจีน แต่สถานการณ์ส่งออก ณ ปัจจุบันนี้ ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต จากสถานการณ์ที่เกิดไวรัสโควิด-19 ทำให้การส่งออกชะงัก ส่งผลกระทบมาถึงราคาที่ต่ำลง จากเคยขายได้ กิโลกรัมละ 20-40 บาท เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น ราคาลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7-8 บาท แต่ลุงอี๊ดบอกว่า ยังสามารถประคับประคองให้พ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยการหาตลาดรองรับ ตัดส่งพ่อค้าแม่ค้าในประเทศ ปลูกพืชอย่างอื่นแซมบ้าง ก็ยังพอที่จะทำให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ คุณเจริญ เสน่ห์ (ลุงอี๊ด) อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 6 ตำบลวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เล่าว่า เป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี ปลูกไม้ผล ขนุน ทุเรียน และทำสวนยางพารา มีพืชหลักทำเงินเป็นขนุน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ขนุน มีราคาดีมาตลอด มาแย่ช่วงที่เกิดไวรัสโควิด-19 ราคาขนุนตกฮวบ ตามหลักช่วงตรุษจีนขนุนจะขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท มาปีนี้ลดเหลือกิโลกรัมละ 4-5 บาท แต่ก็ยังโชคดี เพราะที่ผ่านมาลุงทำตลาดส่งขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาน้อย แต่สินค้ายังพอมีที่ส่ง พอได้เงินคืนทุนให้ผ่าน
ปีที่ผ่านมาคาบเกี่ยวถึงต้นปีนี้ ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ทำให้ผลผลิตขนุนลดลง ประกอบกับมีการรับซื้อเพื่อส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ สำหรับผู้ส่งออกรายใหญ่ไปจีนอย่างสม่ำเสมอ และจำนวนมาก อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แปลงที่ใหญ่ที่สุดมีเนื้อที่กว่า 700 ไร่ สเป๊กที่ส่งออกไปจีน ต้องมีขนาดผลน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม สวนขนุนที่กล่าวมา ยังสามารถบังคับให้ขนุนออกนอกฤดู ด้วยการใช้ปุ๋ยเคมีฉีดพ่นทางใบ ทำให้สามารถยืดเวลาการผลิตได้ 8 เดือน ในรอบปี แต่ถ้าหากผลิตอย่างทั่วไป จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพียง 4 เดือน ในรอบปีเท่านั้น เทคนิคการผลิตขนุนให้ได้น้ำหนักต่อผลไม่เกิน 9 กิโลกรัม นั้น ต้องมีการตัดแต่งทรงต้นให้โปร่ง เมื่ออายุ 2-4 ปี ระยะติดผลก็ต้องตัดแต่งผลเช่นเดียวกัน ให้เหลือไว้ต้นละไม่เกิน 10 ผล ต้องมีการค้ำยันป้องกันกิ่งและต้นหักโค่น ดังนั้น จะเห็นว่าการส่งผลไม้แต่ละชนิดไปในแต่ละประเทศ จำเป็นต้องทราบรสนิยมการบริโภคของแต่ละประเทศด้วย จึงจะประสบความสำเร็จได้ด้วยดี
