ส้มซ่า
เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปกินอาหารร้านกับข้าวแบบจีนไหหลำในย่านเขตพระนครที่คุ้นเคยกันร้านหนึ่ง ปกติของที่ต้องสั่ง นอกจากผัดจับฉ่าย ไก่ตอน โอวห่วย (ก้านเผือกดอง) ผัดปลา และแพะตุ๋นแล้ว ก็ต้องสั่งหมี่กรอบของเขามากินก่อนอื่น เพราะเขาทำได้ดี กินติดใจมานานทีเดียว วันที่ไป หมี่กรอบรสดี “เกือบ” เหมือนเดิม ที่ว่าเกือบเหมือน ไม่ใช่ว่าเขาปรุงด้อยฝีมือลง ทว่าขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญมากๆ ของสำรับนี้ คือ “ส้มซ่า” (Citrus aurantium var. aurantium) ไป ผัดหมี่กรอบดีๆ ที่ไม่มีผิวส้มซ่าหั่นฝอยโรยหน้า มันเหมือนทำไม่เสร็จเลยทีเดียวล่ะครับ นึกถึงสมัยก่อน ผมมักซื้อส้มซ่าได้จากแผงลอยตรงท่าช้างวังหลวง จุดที่จะข้ามเรือไปวัดระฆัง ฝั่งธนบุรี เพราะว่าแม่ค้าที่เป็นคนสวนฝั่งธนบุรีจะเอาส้มซ่าจากในสวนของตนมาขาย ลูกโต ผิวสีเขียวจัด หอมมากๆ เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีอยู่หรือเปล่านะครับ ปัญหาขาดแคลนส้มซ่าของร้านอาหารที่ขายผัดหมี่กรอบ ส้มฉุน หรือสำรับโบราณบางชนิดเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึง หรือบางครั้งเราก็เผลอคิดไปเองว่า เดี๋ยวนี้คงหาคนปลูกส้มซ่ายากแล้วกระมัง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคพวกกันไปสืบรู้มาว่า ในสวนเก่าเมืองนนทบุรี ละแวกตำบลไ
เป็นเรื่องน่าทึ่งมาก เมื่อได้พูดคุยกับ คุณดนหลีม สุนทรมาลาตี เกษตรกรทำสวนส้มจุก เจ้าของสวนคุ้งคลองวัว หมู่ที่ 5 ตำบลแค อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ถึงการทำสวนส้มจุกจะนะ ที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของอำเภอ และหารับประทานได้ยาก สวนคุ้งคลองวัว ได้ชื่อว่าเป็นสวนส้มจุกคุณภาพ จะเรียกว่าได้คุณภาพคือ ผลส้มต้องมีขนาดใหญ่ น้ำหนักรวม 3 ผล ประมาณ 1 กิโลกรัม หากเกินกว่านั้นก็น้ำหนักรวม 4 ผล ประมาณ 1 กิโลกรัม หากจำนวนผลส้มต่อ 1 กิโลกรัม มากเกิน 3-4 ผล ถือว่าตกเกรด และเท่าที่ทราบ เมื่อผลผลิตเริ่มติด จะเปิดให้จองผ่านโซเชียล และรับคิวจองเพียง 100 คิว เท่านั้น ไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้ขายในตลาดทั่วไป ส่วนปริมาณผลผลิตที่เกินกว่าจำนวน 100 คิว ที่จองไว้ จะแบ่งจำหน่ายให้กับคนในพื้นที่ กว่าจะได้ส้มจุกคุณภาพเช่นนี้ คุณดนหลีม เล่าให้ฟังว่า ราว 37 ปีก่อน เริ่มทดลองปลูกเพื่อเรียนรู้ โดยการทดลองปลูกต้นตอด้วยเมล็ดและกิ่งตอน และการเสียบยอด เพื่อทดลองว่า ต้นตอจากส้มชนิดใด ลักษณะใด ให้ผลผลิตได้ดี มีความแข็งแรง ทนทานต่อโรค และเจริญเติบโตได้ดีกว่า การทดลองนี้ คุณดนหลีมใช้เวลา 3-4 ปี เพื่อให้ต้นส้มอยู่ในวัยที่เริ่มให้ผลผลิต จึงพิสูจน์ได
