ส้มป่อย
ปัจจัยที่ใช้กับพิธีกรรมต่างๆ แบบเมื่อก่อน หลายอย่างนับวันจะมีน้อยมาก และหายากเข้าทุกที อีกทั้งพิธีกรรมแบบเมื่อเก่าก่อน ก็ค่อยๆ จางหายไป มีหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก ประเพณีรดน้ำดำหัวขอพร สรงน้ำพระ งานมงคล อวมงคลต่างๆ จะมีการตั้งขันน้ำมนต์ คนเป็นพ่อครูจะใช้ส้มป่อยแห้ง ปิ้งไฟให้หอม ใส่ลงขันน้ำ ทำน้ำมนต์ ใบหญ้าคา ผูกมัดพอกำเป็นอุปกรณ์ ชุบสะบัดโปรยปรายกระจายหยาดหยดเม็ดน้ำมนต์สู่ชาวชน และสถานที่ แล้ววันนี้ น้ำส้มป่อยเริ่มห่างหาย มีน้ำอบน้ำหอมวิทยาศาสตร์เข้ามาแทน และหลายคนคงใกล้จะลืมรสยอดส้มป่อยที่เคยเด็ดยอดใบก้านสีแดงเขียว ใส่เติมความเปรี้ยวให้กับต้มส้มปลากด ปลาแค้ ซดน้ำฮวบโฮก จี๊ดจ๊าด แซ่บซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นยันปลายไส้สุด หลายคนไม่รู้จัก และอีกหลายๆ คนอยากรู้จัก “ส้มป่อย” นับเป็นพืชรุ่นเก่า มีเล่าขานในนิทาน นิยายปรำปรา คล้ายว่าในเรื่องผีผี ที่มีคนสรรค์แต่งขึ้นมาหลายเรื่อง หลายบทตอน ให้ชาวบ้านติดอกติดใจ เช่น หมอผีทำพิธีไล่ภูติผีปีศาจร้ายออกจากหมู่บ้าน ใช้น้ำมนต์อาบพร้อมเป่าคาถาช่วยคนถูกผีเข้าสิง ซึ่งในโลกความจริงชนบท หมอพื้นบ้านยังใช้ส้มป่อยทำน้ำมนต์สืบชะตา อาบสะเดาะเคราะห์ อาบพรมไล่พิษคนป่วยไข้
ปัจจัยที่ใช้กับพิธีกรรมต่างๆ รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ งานมงคล อวมงคลต่างๆ ขันน้ำมนต์ คนเป็นหมอครูจะใช้ “ฝักส้มป่อยแห้ง” ย่างไฟให้หอม ใส่ขันน้ำมนต์ ใบหญ้าคาผูกมัดพอกำเป็นอุปกรณ์ ชุบสะบัดโปรยหยาดหยดเม็ดน้ำมนต์สู่ชาวชนและสถานที่ แม้แต่ผีในโลงยังได้รับอานิสงส์ส่งสู่สุคติ ทุกวันนี้ “ส้มป่อย” เริ่มหายไป คนเคยเด็ดยอดใบก้านแดงเขียว เติมความเปรี้ยวกับต้มส้มปลากด ปลาแค้ ซดฮวบโฮก ซาบซ่านตั้งแต่ปลายลิ้นยันปลายไส้สุด หลายคนไม่รู้จัก และอีกหลายๆ คนอยากรู้จัก “ส้มป่อย” เป็นพืชเก่า มีเล่าขานในนิทานนิยายปรัมปรา คล้ายว่าในเรื่องผีๆ ที่มีคนสรรค์แต่งขึ้นมาหลายต่อหลายบทตอน เช่น หมอผีทำพิธีไล่ผี หมอพื้นบ้านใช้ทำเป็นน้ำมนต์อาบสะเดาะเคราะห์คนป่วยไข้ คนไทยหลายเผ่าใช้เป็นปัจจัยในการขจัดปัดเป่าเคราะห์กรรมอัปมงคล ดูเหมือนว่าจะใช้รักษาโรคซึมเศร้า ความโชคร้าย ดวงตกต่ำ และอีกสารพัดประโยชน์ เด็กรุ่นหลังมองหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าที่พูดถึงส้มป่อยอยู่นี้ มันเป็นอย่างไร “ส้มป่อย” เป็นพืชยืนต้นขนาดเล็กหรือเป็นไม้พุ่ม ลักษณะลำต้นเลื้อยหาที่ยึดเกาะขึ้นไปตามกิ่งไม้ แต่ไม่มีมือจับ เถาของส้มป่อยจะแข็งแรงมาก สามารถเลื้อยไป
