ส้มโอส่งออก
ส้มโอพันธุ์ขาวทองดี หรือชาวสวนเรียกกันสั้นๆ ว่า “ส้มโอทองดี” แต่ก่อนมีผู้เรียกส้มโอพันธุ์นี้ว่าส้มสีปูน เนื่องจากลักษณะสีของเปลือกในและเนื้อที่มีสีแดงคล้ายสีปูน ส้มโอทองดี เป็นส้มโอพันธุ์ที่สามารถรักษารสชาติไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลูกที่ไหน ในสภาพพื้นที่อย่างไร คุณภาพของรสชาติไม่เปลี่ยน จึงเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ ใบจะมีลักษณะค่อนข้างมนหรือกลม สีเขียวเข้ม บริเวณริมใบเป็นจักเล็กๆ และมีจักใหญ่ 1 จัก ตรงส่วนปลายใบ เส้นใบจะหยาบและหนา ผิวผลเรียบสีเขียว มีลักษณะผลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน คือทรงผลกลมแป้น ไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อยที่ขั้วผล ขนาดผลปานกลาง ผลมีน้ำหนักประมาณ 950-1,200 กรัม เปลือกผลมีขนอ่อนนุ่มเล็กน้อย เปลือกบางเพียง 1-2 เซนติเมตรเท่านั้น เนื้อหรือกุ้งมีสีชมพูอ่อน เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ รสชาติหวาน มีความหวานสูง ไม่มีรสขม กลิ่นหอม รับประทานอร่อย ชาวจีนนิยมซื้อเพราะสีเนื้อคล้ายสีทับทิมไหว้เจ้า เป็นมงคลนั่นเอง ซึ่งตลาดส้มโอทองดีส่งออกตอนนี้ส่งออกไปที่จีนและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูลพบว่าส้มโอพันธุ์ทองดีมีตัวเลขส่งออกมากที่สุด คุณพงษ์พัน เมืองทอง เจ้าของสวน “เมืองทอง” อยู่บ้านเลข
นายวุฒิพงษ์ คำลือ ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส้มโอของอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย มีประมาณ 5,000 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 4,000 ไร่ พันธุ์หลักที่ปลูกคือ ทองดี ตามด้วยขาวใหญ่และเซลเลอร์ ส้มโอเวียงแก่นปลูกเป็นการค้าจริงจังที่ หมู่ที่ 3 ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น เมื่อ 30 ปีมาแล้ว นายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า ผลผลิตส้มโอของอำเภอเวียงแก่นเริ่มออกสู่ตลาดเดือนพฤษภาคม ไปหมดในเดือนตุลาคม สำหรับตลาดจีน จะส่งออกได้ 140 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยแต่ละตู้บรรจุส้มโอได้ 13,000-14,000 ผล ราคาซื้อขายนั้น ส้มโอขาวใหญ่ ขายได้ กิโลกรัมละ 50-60 บาท เมื่อต้นฤดู ส่วนส้มโอทองดี เมื่อต้นฤดูขายได้ ผลละ 37 บาท ช่วงที่ผลผลิตมีมากเดือนสิงหาคม ขายได้ ผลละ 20-22 บาท ราคาขนาดนี้เกษตรกรยังไม่ค่อยพอใจนัก “ส้มโอที่อายุมากๆ ต้นสมบูรณ์ บางต้นมีผลผลิต 300-500 ผล หากขาย ผลละ 37 บาท มีรายได้มากกว่า 10,000 บาท ต่อต้น แต่เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม่เท่ากัน เกษตรกรผู้ปลูกมีความแตกต่างกัน ผลผลิตจึงมีความแตกต่างกัน โดยภาพรวมปีหนึ่งส้มโอเวียงแก่นสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ผลผลิตส่วนใหญ่
