หนามพุงดอ
“ ต้นหนามพุงดอ ” ในประเทศไทยพบขึ้นตามแหล่งดินเค็ม ที่ดินรกร้าง พบมากตามพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล เช่น อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านในอำเภอกุยบุรีใช้ประโยชน์ “หนามพุงดอ” ในฐานะผักพื้นบ้าน นำมาเป็นอาหารหลากหลายรูปแบบ ผลสุก กินเป็นผลไม้ ส่วน ยอดอ่อน มีกลิ่นฉุนใช้เป็นเครื่องเทศดับคาว เช่น ทำเมนูคั่วใส่หมู แต่เดิมชาวบ้านในอำเภอกุยบุรี ยังรับประทานหนามพุงดอกันไม่เป็น เมื่อทราบว่า สามารถรับประทานได้ จึงนำยอดหนามพุงดอมาทำเป็นเมนูเป็นอาหารคาว เช่น ไข่เจียวหนามพุงดอ แกงหนามพุงดอคอหมูย่าง ต้มกะทิใส่กุ้ง แกงส้มกุ้งหนามพุงดอ ลวกกินกับน้ำพริก รวมถึงนำไปใส่ในขนมครกเพิ่มรสชาติมันปนขมเล็กน้อย ได้รสชาติอร่อยเช่นเดียวกับการกินผักหวาน แถมได้สรรพคุณทางยา ช่วยแก้ไข้ แก้ร้อนใน และช่วยในการนอนหลับ ต่อมาชาวอำเภอกุยบุรี ได้นำหนามพุงดอไปพัฒนาต่อยอดเป็นเมนูอาหารอื่น ๆ เช่น ขนมเค้ก ซึ่งในครั้งแรกทำจากยอดหนามพุงดอสด แต่มีกลิ่นแรงและกลิ่นฉุน จึงนำไปลวกก่อนแล้วค่อย ๆ พัฒนาสูตรจนมาเป็น คัพเค้กหนามพุงดอ สูตรขนมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนกุยบุรี วิธีทำ “คัพเค้กหนามพุงดอ” ขั้นตอนการทำ
“หนามพุงดอ” เป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ป่าชายเลน หรือชายฝั่งทะเล เติบโตได้ดีในสภาพดินเค็ม ดินปนทราย หลายคนมองว่าเป็นวัชพืชตัวร้ายที่น่ารำคาญ เพราะหนามพุงดอ หรือที่บางคนเรียก หนามรอบข้อ เพราะบริเวณตรงข้อจะมีหนามคมมากโดยรอบ ซึ่งหนามแก่ ปลายยิ่งแหลมคม หากถูกทิ่มแทงจะปวดแสบมาก ต้องรีบบ่งหนามออก ไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการอักเสบเป็นหนองได้ “ หนามพุงดอ” พืชทำเงินเมืองแม่กลอง ขณะที่หลายคน ตัดสินใจกำจัดวัชพืชตัวนี้ทันทีที่พบเห็น แต่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามกลับมองว่า หนามพุงดอคือ ผักพื้นบ้าน เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงิน โดยชาวบ้านนิยมเด็ดส่วนใบที่ปลายยอดที่มีหนามอ่อนนิ่ม นำไปขายในราคากิโลกรัมละ 200 บาท หนามพุงดอ สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นเมนูต้มกะทิใส่กุ้ง แกงส้มกุ้งหนามพุงดอ ยำยอดหนามพุงดอกุ้งสด ยอดหนามพุงดอผัดไข่ เมนูแกงคั่ว หรือนำผักไปต้มในน้ำเดือดเพื่อลดความขมและรสเฝื่อน เพื่อนำไปกินกับน้ำพริก ก็อร่อยไม่แพ้กัน เพราะหนามพุงดอมีรสชาติเหมือนกินผักหวาน วิธีลดปวดแผล แก้พิษ “ หนามพุงดอ” ข้อมูลจากมูลนิธิสุขภาพไทยระบุว่า
