หนี้นอกระบบ
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย นายอำนวย ปะติเส ประธานคณะกรรมการประสานงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ในฐานะเลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม และตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน ภาคประชาสังคมต่างๆ ร่วมจัดการประชุมหารือมาตรการและแนวทางการให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้นอกระบบ ถูกฟ้องร้องขับไล่ สูญเสียที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจากการทำสัญญาขายฝาก จำนอง เช่าซื้อ และกู้ยืมเงินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าวว่า กลุ่มลูกหนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ร้องขอความเป็นธรรมมายังศูนย์ฯ เนื่องจากได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน ขายฝากและจำนองกับกลุ่มนายทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหนี้ด้วยกันทั้งหมด 8 กลุ่ม มีพฤติการณ์ทำสัญญาที่
สศค.เผยลงทะเบียนคนจน 14.1 ล้านคน พบหนี้นอกระบบ 7 หมื่นล้านบาทลดลง 2 หมื่นล้านบาทจากปีที่แล้ว เชื่อหากนำเข้าคณะกรรมการไกล่เกลี่ยทุกจังหวัด ตัดดอกเบี้ยผิดกฎหมาย จะเหลือแค่ 5 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าให้แบงก์รัฐ ทั้งออมสิน และ ธ.ก.ส. ดึงเข้าระบบ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการของผู้มีรายได้น้อยในปีนี้ มีคนมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 14.1 ล้านคน นั้น ปรากฏว่ามีผู้ที่ระบุว่ามีภาระหนี้นอกระบบรวมแล้วประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีคนมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 8.27 ล้านคน โดยระบุว่ามีหนี้นอกระบบรวมกันที่ 9 หมื่นล้านบาท นายกฤษฎา กล่าวว่า หนี้นอกระบบทั้ง 7 หมื่นล้านบาท เป็นวงเงินที่รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หากนำเจ้าหนี้นอกระบบและลูกหนี้นอกระบบเข้าคณะกรรมการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ซึ่งจะต้องตัดดอกเบี้ยในส่วนที่คิดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคาดว่าคิดเป็นวงเงินราว 30% ของ 7 หมื่นล้านบาท ก็จะเหลือมูลหนี้ที่เจ้าหนี้และลูกหนี้จะต้องเจรจากันราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเจ้าหนี้ตกลงตามเงื่อนไขดังกล่าว ทางกระทร
